ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Saturday
Apr 19th
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง อยุธยา

หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง อยุธยา

อีเมล พิมพ์ PDF

เรื่องและภาพโดย..คนกรุงเก่า

หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิงสงกรานต์ปีนี้ผู้เขียนหลบความวุ่นวายของบ้านเมืองไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อันเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อที่ ต.เกาะเรียน อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ถือโอกาสไปนมัสการพระพุทธรูปสามองค์ด้วยกันประกอบด้วย หลวงพ่อพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยา ที่คราวเสียกรุงเมื่อปี พ.ศ.2310 พม่าเอาไฟสุมองค์หลวงพ่อลอกแผ่นทองคำที่ปิดองค์หลวงพ่อไปทั้งหมด จากนั้นไม่หนำใจคิดว่าภายในองค์หลวงพ่อจะมีกรุสมบัติ เลยใช้โซ่คล้องพระกัจฉะ (รักแร้) ของหลวงพ่อใช้ช้างฉุดกระชากจนพระกร (แขน) ขาดออกจากพระวรกาย เผาวิหารทิ้ง ปล่อยให้หลวงพ่อกรำแดดกรำฝนจนถึงปี พ.ศ.2460 พระยาโบราณราชธานินทร์ สมุหเทศาภิบาล (เจ้าเมือง) พระนครศรีอยุธยา ได้จัดสร้างวัตถุมงคล เหรียญหลวงพ่อพระมงคลบพิตร เพื่อสมนาคุณผู้สละทรัพย์ร่วมบูรณะหลวงพ่อพระมงคลบพิตรให้กลับมีสภาพสมบูรณ์ ต่อมาได้สร้างวิหารครอบดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

หลวงพ่อพระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวกรุงศรีอยุธยาให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง ทุกวันนี้คนกรุงเก่าและนักท่องเที่ยวมักพากันไปนมัสการกันอย่างไม่ขาดสาย หลังจากนั้นได้ไปนมัสการพระปฏิมาประธานวัดหน้าพระเมรุที่สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรถวาย พระนามว่า พระพุทธพิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ? เป็นพระพุทธรูปเพียงองค์เดียวที่อยู่ในกรุงศรีอยุธยาที่พม่ามิได้เผาทำลายแต่อย่างใด จึงคงความเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะอยุธยายุคปลายที่งดงาม เหตุที่พม่าไม่เผาทำลายเพราะได้มาตั้งค่ายที่วัดนี้ถือเป็นธรรมเนียมที่จะเว้นการเผาทำลายลอกทอง

ส่วนองค์ที่สามนั้นต้องออกไปนอกกรุงเก่าได้แก่ หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง อันเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่สร้างขึ้นก่อนสมเด็จพระเจ้าอู่ทองมหาราชจะทรงเสด็จจากสุพรรณมาตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชาวจีนเรียกหลวงพ่อว่า ซำปอฮุดกง คนจีนจากทั่วสารทิศจะหลั่งไหลมานมัสการหลวงพ่อไม่ขาดสาย ทั้งนี้เพราะตำนานของหลวงพ่อเป็นความผูกพันของชาวจีนแผ่นดินใหญ่กับชาวไทยสยาม

หน้าวัดพนัญเชิง วิหารประดิษฐาน หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง

ตำนานกล่าวว่า พระเจ้ากรุงจีนทรงมีพระราชธิดาบุญธรรมที่มีนามว่า สร้อยดอกหมาก ด้วยมีข้าราชบริพารผู้ไปพบนางตอนที่เป็นทารกนอนแบเบาะรองด้วยกาบหมากและช่อดอกหมากระหว่างทางเสด็จพระราชดำเนินผ่าน ทรงรับไว้เป็นพระธิดาบุญธรรม เมื่อมีพระชนมายุพอที่จะอภิเษกสมรสได้พระเจ้ากรุงจีนก็ให้โหรมาเสี่ยงทายว่ากษัตริย์เมืองใดสมควรจะได้เป็นพระราชบุตรเขย การเสี่ยงทาย 3 ครั้ง ก็ตกอยู่กับพระเจ้าแผ่นดินสยาม (จีนเรียกเซียม) จึงทรงให้อาลักษณ์ร่างพระราชสาสน์ให้ราชทูตนำมาถวาย พระเจ้าสายน้ำผึ้ง กษัตริย์แห่งแผ่นดินสยาม ความว่า ทางพระเจ้ากรุงจีนได้เสี่ยงทายหาคู่อภิเษกสมรสกับพระธิดาสร้อยดอกหมาก ตกแก่พระเจ้ากรุงสยาม ขออัญเชิญเสด็จลงสำเภาจัดเป็นกองเกียรติยศมารับพระธิดาไปอภิเษกสมรสเพื่อเป็นปถพีเดียวกัน

ครั้นพระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จไปทรงประกอบพิธีอภิเษกสมรสกับพระนางสร้อยดอกหมากที่กรุงจีนแล้ว พระเจ้ากรุงจีนก็จัดสำเภาให้พระนางสร้อยดอกหมากกับพระเจ้าสายน้ำผึ้งประทับรอนแรมกลับประเทศสยาม สำเภามาลอยลำทอดสมออยู่ที่วัด (ที่ปัจจุบันคือที่ตั้งวัดพนัญเชิง) เกิดขบถในพระบรมมหาราชวัง พระเจ้าสายน้ำผึ้งให้พระนางสร้อยดอกหมากประทับรออยู่ในเรือสัก 7 ราตรี ส่วนพระองค์เสด็จลงไปปราบขบถ

ปราบขบถราบคาบแล้วพระเจ้าสายน้ำผึ้งก็ทรงจัดระเบียบในวังจนเกินเวลา 7 ราตรีที่ทรงให้สัญญา จึงส่งขบวนเรือไปรับพระนางสร้อยดอกหมาก แต่พระนางไม่ยอมเสด็จเข้ากรุง โดยให้กลับไปกราบทูลพระเจ้าสายน้ำผึ้งว่า

หากไม่เสด็จมารับหม่อมฉันด้วยพระองค์เอง หม่อมฉันจะไม่เสด็จจากเรือสำเภา

พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงให้จัดขบวนไปรับพระนางสร้อยดอกหมากใหม่ ให้กราบทูลพระนางเป็นทำนองล้อเล่นว่า เสด็จข้ามทะเลมาถึงกรุงสยามแล้ว หากไม่ยอมเสด็จลงจากเรือก็ประทับอยู่บนเรือนั่นแหละ
พระนางสร้อยดอกหมากสำคัญผิดคิดว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่ใส่ใจในพระนาง จึงให้นางกำนัลไปกราบทูลพระเจ้าสายน้ำผึ้งว่า

หม่อมฉันสร้อยดอกหมากขอกราบถวายบังคมลา

พระเจ้าสายน้ำผึ้งรีบเสด็จมายังเรือสำเภาที่ประทับของพระนางสร้อยดอกหมาก เมื่อขึ้นไปก็พบว่าพระนางสร้อยดอกหมากทรงกลั้นพระอัสสาสะเสด็จสวรรคตแล้ว จึงนำพระศพของพระนางสร้อยดอกหมากมาประกอบพิธีอย่างสมพระเกียรติ ส่วนบรรดาข้าราชบริพารที่ตามเสด็จพระนางสร้อยดอกหมากมาในสำเภา เมื่อเสร็จงานพระศพพระนางสร้อยดอกหมากก็ช่วยกันเจาะท้องเรือสำเภาจนเรือสำเภารั่วจมลงใต้น้ำถวายชีวิตติดตามไปรับใช้พระนางในปรโลก

พระเจ้าสายน้ำผึ้งโปรดให้สร้างศาลสถิตวิญญาณเจ้าแม่สร้อยดอกหมากเป็นที่สักการะของชาวกรุงสยาม และโปรดให้เปลี่ยนนามพระอารามเสียใหม่ว่า วัดพระนางเชิง ต่อมากาลเวลาได้หมุนเวียนเปลี่ยนไป ชื่อวัดก็เรียกขานกันเพี้ยนไปเป็น วัดพะแนงเชิง ในจดหมายเหตุก่อนกรุงศรีอยุธยาจะล่ม ระบุว่า
แลพระพุทธรูปใหญ่ในวัดพะแนงเชิงมีน้ำพระเนตรไหลลามจากพระเนตรทั้งสองลงมาจนเปียกพระอุระและพระอุทรเป็นอัศจรรย์

ครั้นกรุงศรีอยุธยาล่มวัดพะแนงเชิงก็กลายเป็นวัดร้าง หลวงพ่อโตกรำแดดฝนมาจนถึงปี พ.ศ.2460 พระยาโบราณราชธานินทร์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า ได้จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นแรกเพื่อหาทุนบูรณะหลวงพ่อโต และต่อมาได้มีการถวายพระนามวัดเสียใหม่ว่า วัดพนัญเชิง มาจนปัจจุบันนี้

มีเรื่องเล่าขานกันว่า วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 จะเกิดน้ำวนขนาดใหญ่ที่เวิ้งน้ำหน้าวัดพนัญเชิงไปทางใต้ ทุกปีมีเรือแพที่ผ่านไปมาถูกดูดเข้าไปจมในวังวน เชื่อกันว่ากงเรือพระที่นั่งของพระนางสร้อยดอกหมากลอยขึ้นจากน้ำพร้อมด้วยวิญญาณของบรรดาข้าราชบริพารชาวจีนที่สละชีพติดตามไปรับใช้พระนางเป็นเหตุอัศจรรย์ หากท่านผู้อ่านมีเวลาอย่าลืมแวะไปนมัสการพระพุทธรูป 3 วัด ที่ผมได้กล่าวมาแล้วเพื่อความเป็นสิริมงคล

ไปคราวนี้ไปเยือนตลาดพระเครื่องที่ตรงข้ามพระราชวังจันทร์เกษมอันเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น เจ้าฟ้าสองแคว มหาอุปราชเมืองพิษณุโลก เพื่อเข้าเฝ้าเพื่อปรึกษาราชกิจกับสมเด็จพระมหาธรรมราชาสมเด็จพระราชบิดา ก็ได้พระปิดตาเนื้อดินเผามาองค์หนึ่งราคา 800 บาท เป็น พระดินเผา หลวงปู่ดี วัดบ้านยาง จ.นครปฐม

หลวงปู่ดีเป็นพระผู้สร้าง พระปิดตา เนื้อเมฆพัด พิมพ์มัดข้าวต้ม ร่วมสมัยกับ หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ เป็นพระมหาอุดที่มีอานุภาพทั้งคงกระพันและมหาอุด นอกจากพระเนื้อเมฆพัดแล้วหลวงปู่ดียังได้สร้าง พระปิดตาพิมพ์มัดข้าวต้มด้วยเนื้อดินเผา โดยได้นำเอาดินขุยปูมาเสกแล้วผสมกับดินเหนียวเนื้อละเอียดกดเป็นพิมพ์พระปิดตา ที่พระอุทร (ท้อง) มีอักขระตัว อุณาโลมหนึ่งตัว

เหตุที่สร้างเป็นพระเนื้อดินเผาเนื่องจากว่าการเทพระปิดตาด้วยเนื้อเมฆพัดทำได้จำนวนน้อย และในยามสงครามโลกทำให้วัสดุขาดแคลน ภัยสงครามทำให้มีผู้ต้องการพระปิดตาเพิ่มขึ้น ดินเผาจึงเป็นทางเลือกคนบ้านยางบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พระปิดตาเนื้อดินเผา มีพระพุทธคุณด้านแคล้วคลาดสูงใครมีไว้ถือว่าเป็นโชค

ไปคราวนี้ได้ยินเรื่องโจษขานกันเรื่องพระเครื่อง หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง รุ่นปี 2533 ที่มีการประกอบพิธีใหญ่ต่อหน้าพระพักตร์หลวงพ่อโต ทั้งด้านแคล้วคลาด คงกระพัน และเด็กตกน้ำไม่จมจนพ่อ-แม่ตามไปช่วยได้ทัน โดยเฉพาะ เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง ย้อนยุค รุ่นแรก นั้นมีประสบการณ์มากที่สุด

เก็บเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ มาฝากท่านผู้อ่านให้ได้รับความรู้กับความบันเทิงไปพร้อมกัน เพราะการอ่านสารคดีหนักก็ทำให้เกิดความเครียดก็หาเรื่องเบาๆ มาคุยเฟื่องเรื่องน่ารู้กันบ้าง

หากมีเวลาก็ขอให้ท่านแวะไปนมัสการ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่วัดพิชัยสงคราม ทางด้านใต้ของสถานีรถไฟอยุธยา เพราะที่นั่นเคยเป็นค่ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งเป็นพระยาตาก ทรงรวบรวมพลได้ประมาณ 500 คน ตีฝ่าพม่าออกไปจากวงล้อมผ่านบ้านโพธิ์สังหาร บ้านพรานนก จนไปถึงจันทบุรี ก่อนยกกำลังทหารมาตีเมืองธนบุรีปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้าตากสินมหาราช ออกรบรวบรวมแผ่นดินไทยที่แตกออกเป็น 6 ก๊ก จนสามารถกอบกู้เอกราชของชาติไทยไว้เป็นครั้งที่ 2 มีกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทรเป็นราชธานี

เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง ย้อนยุค 2533 เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง ย้อนยุค 2533
เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง ย้อนยุค 2533
รูปหล่อหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง 2533 รูปหล่อหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง 2533
รูปหล่อหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง 2533
พระปิดตา หลวงปู่ดี วัดบ้านยาง เนื้อดินเผา ขนาดขยาย พระปิดตา หลวงปู่ดี วัดบ้านยาง เนื้อดินเผา ขนาดขยาย
พระปิดตา หลวงปู่ดี วัดบ้านยาง เนื้อดินเผา ขนาดขยาย
พระชัยวัฒน์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (มา) พิมพ์คอหนอก พระชัยวัฒน์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (มา) พิมพ์คอหนอก
พระชัยวัฒน์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (มา) พิมพ์คอหนอก
พระกริ่งวัดทองธรรมชาติ (ล้อสวนเต่า)  2463
พระกริ่งวัดทองธรรมชาติ (ล้อสวนเต่า) 2463



( ที่มา : ลานโพธิ์ #1023 เดือนพฤษภาคม 2552 : คุยเฟื่อง พระเครื่องเรื่องชวนรู้ : หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง เรื่องและภาพโดย..คนกรุงเก่า )

ลิขสิทธิ์? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 02 มีนาคม 2011 เวลา 15:42 น. )