ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Monday
Jul 28th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระเกจิอาจารย์ สายตะวันออก-ตก-กลาง หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน จ.สุพรรณบุรี

หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน จ.สุพรรณบุรี

อีเมล พิมพ์ PDF

โดย มนัส โอภากุล

หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน จ.สุพรรณบุรี

พระหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พิมพ์กำแพง>> อุปสมบทแล้วศึกษาพระธรรมวินัยกับวิปัสสนากรรมฐาน
>> ดั้นด้นมาขอเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเนียม วัดน้อย
>> เป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค แต่อาวุโสกว่า
>> มีจิตสำนึกว่ามนุษย์ไม่ควรฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จึงหันมาฉันเจตลอดชีวิต

หลวงพ่อโหน่ง เกิดปีขาล พ.ศ.2409 ตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีพี่น้องร่วมอุทรอยู่ด้วยกัน 9 คน คือ นางเจียก หลวงพ่อโหน่ง นายอู๊ด นายฟัก นายเพชร นายหมู ไม่ทราบชื่อ 3 คน สมัยโน้นยังไม่มีนามสกุล การเกณฑ์ทหารเวลาเรียกชื่อ เช่น นายดำ พ่อชื่อมี แม่ชื่อแม้น เป็นต้น เพิ่งจะมามีนามสกุลในรัชกาลที่ 6 ราว พ.ศ.2460

หลวงพ่อโหน่ง เมื่อเป็นเด็กต้องทำงานช่วยบิดา-มารดาทำไร่ไถนา เพราะมีอาชีพเป็นเกษตรกร หลวงพ่อโหน่ง เป็นเด็กที่มีความขยันขันแข็งในการทำงาน แทนที่จะไปเที่ยวเตร่หาความสนุกสนานตามประสาเด็ก พออายุได้ 24 ปี (พ.ศ.2433) บิดา-มารดาให้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสองพี่น้อง โดยมีพระอาจารย์จันทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการดิษฐ์ วัดทุ่งคอก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการสุด เป็นพระอนุสาวนาจารย์ อุปสมบทแล้วจำพรรษาที่วัดสองพี่น้อง โดยคิดว่าจะอุปสมบทเพียงพรรษาเดียวเท่านั้น พอบวชเสร็จเริ่มศึกษาพระปริยัติธรรมกับวิปัสสนากรรมฐาน แต่แล้วหาได้ลาสิกขาไม่ บวชต่อไปจนกระทั่งมรณภาพอยู่ในเพศบรรพชิต

พระหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พิมพ์ถือช่อดอกไม้ พระหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พิมพ์กำแพงมีปีกข้าง พระหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พิมพ์กำแพงเล็ก พระหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พิมพ์กำแพงยืนบนใบบัว

จากการศึกษาพระปริยัติธรรมและวิปัสสนากรรมฐานอย่างคร่ำเคร่ง จึงคิดจะหาสถานศึกษาดีกว่าตามวัดบ้านนอก ทราบว่าพระน้าชายมีศักดิ์เป็นเจ้าคุณ สอบได้เปรียญ 9 ประโยค จำพรรษาอยู่ที่วัดพระเชตุพน จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเล่ารียนวิชาความรู้เพิ่มเติมจากพระน้าชาย ท่านเจ้าคุณดีใจมากที่พระหลานชายจะมาอยู่ด้วย เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมและวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อ หลวงพ่อโหน่ง เดินเข้าไปในกุฏิเห็นสิ่งของมีค่าเป็นอันมาก เช่น โต๊ะมุก โต๊ะหมู่ทอง งาช้าง ฯลฯ และสิ่งของมีค่าอื่นๆ อีกเป็นอันมาก จึงคิดว่าพระเจ้าคุณน้าชายเป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค ยังไม่ละกิเลส หาประโยชน์มิได้ เมื่อกลับออกมาไม่คิดจะเรียน นมัสการกราบลาเจ้าคุณน้าชาย กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสองพี่น้องตามเดิม

เมื่อ หลวงพ่อโหน่ง กลับจากกรุงเทพฯแล้ว หันมาศึกษาทางวิปัสสนากรรมฐานจากพระอาจารย์จันทร์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่าน ซึ่งมีความรู้ทางวิปัสสนากรรมฐานด้วย ที่วัดทุ่งคอก ตั้งแต่ พ.ศ.2434 เป็นเวลา 2 ปี พอทราบว่าหลวงพ่อเนียม วัดน้อย มีความสามารถในทางวิปัสสนากรรมฐาน จึงกราบลาหลวงพ่อจันทร์ มาขอเป็นลูกศิษย์อยู่กับหลวงพ่อเนียมเป็นเวลาหลายปี เป็นที่ชื่นชอบแก่หลวงพ่อเนียมมาก เมื่อคราวหลวงพ่อปานมาขอเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเนียม หลวงพ่อเนียมพูดว่า หากอาตมามรณภาพแล้ว มีความสงสัยอะไรให้ไปถาม หลวงพ่อโหน่ง เขาได้ แสดงว่า หลวงพ่อโหน่ง ถ่ายทอดวิชาความรู้ไปจากหลวงพ่อเนียมมากเป็นพิเศษ

หลวงพ่อโหน่ง เฝ้าเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงพ่อเนียมอยู่หลายปี เมื่อกลับมาวัดสองพี่น้องหมั่นเพียร ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นประจำ ทำให้ หลวงพ่อโหน่ง มีจริยาวัตรงดงาม จึงเป็นที่เคารพนับถือแก่ชาวบ้านมาก ขณะนั้น วัดคลองมะดัน หรือดอนมะดัน ขาดเจ้าอาวาส ชาวบ้านจึงมาอาราธนา หลวงพ่อโหน่ง ไปจำพรรษาที่ วัดคลองมะดัน หลวงพ่อโหน่ง ไม่ปฏิเสธ เดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่ วัดคลองมะดัน ด้วยความเต็มใจ พยายามสืบทอดเจตนารมณ์ของพระอาจารย์แสง เจ้าอาวาสองค์ก่อน ด้วยการสร้างเสนาสนะขึ้น เช่น หอสวดมนต์ กุฏิพระ ศาลาการเปรียญ อุโบสถ ตลอดจนจัดระเบียบการปกครองวัดด้วยระเบียบวินัยอันเคร่งครัด วัดคลองมะดัน จึงมีความเจริญสมตามความปรารถนาแก่ชาวบ้านคลองมะดัน

ทางแห่งการดำเนินชีวิตของ หลวงพ่อโหน่ง มีความเรียบง่าย และมีความงดงามยิ่งนัก ไม่ฉันเนื้อสัตว์เพราะมีความสำนึก ว่าไม่ควรเบียดเบียนชีวิตซึ่งกันและกัน ท่านจึงหันมาฉันอาหารเจ ก่อนออกบิณฑบาตตอนเช้าท่านจะต้องมานมัสการต้นโพธิ์ที่วัดเสียก่อน ถือเป็นกิจวัตรจำเป็นในการออกไปโปรดสัตว์ด้วย การบิณฑบาตทุกวันโดยไม่คำนึงว่าฝนจะตกหรือไม่ เมื่อกลับมาท่านจะขอให้พระภิกษุที่วัดยืนเข้าแถว แล้วท่านจะตักข้าวในบาตรของท่านใส่บาตรพระทุกรูป หลังจากฉันเช้าเสร็จจะอบรมสั่งสอนพระลูกวัด ถือเคร่งในนิสสัคคียูไม่หยิบถือเงิน ใครเอาเงินมาถวายท่านให้มรรคทายกวัดเป็นผู้นำเอาไปเก็บรักษา โดยท่านไม่เคยถามว่ามีเงิน หรือไม่มีเงินเท่าใดในกุฏิของท่านไม่มีสิ่งของมีค่าอยู่เลย นอกจากพระพุทธรูปกับกระถางธูปเท่านั้น นอนดึกโดยนั่งเจริญวิปัสสนากรรมฐานเป็นประจำ

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 910 เดือนกันยายน 2547 : ชี้ช่องมองของดี : หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน จ.สุพรรณบุรี โดย มนัส โอภากุล)

ลิขสิทธิ์? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2011 เวลา 10:27 น. )