ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Tuesday
Oct 21st
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระเกจิอาจารย์ สายตะวันออก-ตก-กลาง หลวงพ่อพริ้ง มณีธาโน (พระครูประสาทวรคุณ) วัดโบสถ์โก่งธนู แห่งลุ่มแม่น้ำลพบุรี

หลวงพ่อพริ้ง มณีธาโน (พระครูประสาทวรคุณ) วัดโบสถ์โก่งธนู แห่งลุ่มแม่น้ำลพบุรี

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่อง โดย เฒ่าพุคา

???หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู จ.ลพบุรี ลุ่มแม่น้ำลพบุรี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ไม่เคยขาดพระผู้ปฏิบัติดีมีอาคมขลัง นับเนื่องตั้งแต่ หลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู ความเข้มขลังทางด้านมหาอาคม โด่งดังเมื่อครั้งสงครามอินโดจีน หน่วยทหารกล้าตายแห่งค่าย ร.พัน 6 (ร.31 พัน 1 รอ. ในปัจจุบัน) ได้รับสมญานามเรียกขานทั่วกันว่า กองพันทหารผี สร้างความมึนงงต่อข้าศึก ลั่นกระสุนเข้าเต็มอก ทหารราบแห่งค่าย ร.พัน.6 ล้มกลิ้ง..แต่ไม่ตาย ลุกขึ้นไล่บี้จนข้าศึกล้มตาย ที่เหลือก็แตกสลายพ่ายไปในที่สุด เพราะอิทธิฤทธิ์ของ เสื้อยันต์แดง และตะกรุด ของหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู สร้างชื่อในสมรภูมิ

ขวัญใจของเหล่าทหารหาญอีกท่านที่มีมหาอาคมที่เข้มขลัง จัดสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคล มอบให้เหล่าศิษย์และผู้ที่ศรัทธา รวมทั้งทหารกล้าเมืองลพบุรีบูชาติดตัวติดอกออกสู่สมรภูมิ ณ ดินแดนเขาค้อ หินร่องกล้า ห้วยโกร๋น นครไทย เมืองน่านฯ รวมทั้งผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการสงครามลาว เกาหลี เวียดนาม ต่างได้รับประสบการณ์ทางด้านปกป้องคุ้มภัย ให้พวกเขารอดตายกลับเข้าสู่อ้อมอกของครอบครัวอย่างปลอดภัย เพราะบารมีวัตถุมงคลของขลังที่ผ่านพลังจิตของ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู แห่ง ลุ่มแม่น้ำลพบุรี

พระครูประสาทวรคุณ (หลวงพ่อพริ้ง มณีธาโน) วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี อุโบสถหลังใหม่ วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี มณฑป วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี อุโบสถหลังเก่า วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี

ผู้เขียน เฒ่าพุคา ขอน้อมดวงจิต สองมือสิบนิ้วพนมก้มกราบต่อ พระเดชพระคุณ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู กราบด้วยจิตคารวะศรัทธา ขออนุญาตนำวัตรปฏิบัติ เมตตาธรรมที่มากล้ำของหลวงพ่อ นำมาบันทึกไว้ใน นิตยสารพระเครื่องลานโพธิ์ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณบารมี ให้ลูกหลานต่างบ้านต่างเมืองได้รับรู้ หากมีสิ่งใดขาดหายไม่ครบถ้วน ต้องกราบขออภัยต่อหลวงพ่อต่อเหล่าศิษย์ที่ใกล้ชิดของท่านมา ณ ที่นี้ด้วย ก่อนที่จะเข้าถึงวัตรปฏิบัติบารมีแห่งเมตตาธรรม รวมทั้งวัตถุมงคลของขลังของหลวงพ่อ ขอเปิดประตูบ้าน (วัด) เป็นการแนะนำถิ่นพำนักของหลวงพ่อท่านเป็นอันดับแรก และจะต่อไปถึงประวัติศีลจารวัตร สรุปลงที่วัตถุมงคลของขลังของท่านเป็นอันดับต่อไป

พระพุทธรูปพระประธานในโบสถ์เก่า วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรีวัดโบสถ์โก่งธนู
วัดโบสถ์โก่งธนู เป็นวัดเก่าวัดหนึ่งในแถบ ลุ่มแม่น้ำลพบุรี ตามหลักฐาน รวมทั้งที่มีการสืบทอดเล่าต่อๆ กันมา วัดโบสถ์โก่งธนู นั้นได้สร้างมาแต่ปี พ.ศ.2300 หลักฐานของเจดีย์ ยังคงมีอยู่ให้รับรู้ว่าวัดนี้สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งแนวเขตพัทธสีมามีศิลาแลงล้อมรอบ
วัดโบสถ์โก่งธนู ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรีฝั่งตะวันออก ขึ้นการปกครองกับ หมู่ที่ 4 ตำบลโก่งธนู อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นับแต่ได้รับพระราชทานเขตวิสุงคามสีมา ได้ผ่านเจ้าอาวาสปกครองมาแล้วหลายท่านด้วยกัน เริ่มแต่ หลวงพ่อสะอาด หลวงพ่อฉิม หลวงพ่อหลำ หลวงพ่ออิน หลวงพ่อฝอย หลวงพ่อพริ้ง จนถึงยุคของ พระครูโสภณกิตติวัฒน์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

เหรียญรูปเหมือนสี่เหลี่ยมหน้าใหญ่ ปี 2504 เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี เหรียญรูปเหมือนสี่เหลี่ยมหน้าใหญ่ ปี 2504 เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี เหรียญทศบารมี หลังตอกโค้ต พ. เนื้อทองแดง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี เหรียญทศบารมี หลังตอกโค้ต พ. เนื้อทองแดง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี

แต่ก่อนนั้นสภาพของ วัดโบสถ์โก่งธนู ตกอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม ลุมาถึงสมัย หลวงพ่อพริ้ง ท่านปกครอง ท่านได้ทำการพัฒนามาตามลำดับ ในสมัยของท่านนั้นมีการเสริมสร้างเสนาสนะใหม่หลายอย่างด้วยกัน สำหรับของเดิมที่มีอยู่ หากทรุดโทรมแต่หากทำการพัฒนาแล้วยังคงสภาพ ท่านก็จะรักษาเอาไว้
วัดโบสถ์โก่งธนู จึงส่อเค้าแห่งความรุ่งเรืองเรื่อยมาตั้งแต่ หลวงพ่อพริ้ง ท่านปกครอง ผลงานด้านพัฒนาได้รับการพัฒนาสืบต่อโดย พระครูโสภณกิตติวัฒน์ รับแนวทางของ หลวงพ่อพริ้ง มาปฏิบัติต่อ ภายในอาณาเขตบริเวณ วัดโบสถ์โก่งธนู หากได้มีโอกาสผ่านเข้าไปสิ่งที่สะดุดต่อสายตาของผู้มาเยือนก็คือ มณฑป สวยงาม สถานที่ปรากฏสิ่งนั้นเป็นสถานที่ประดิษฐานร่างอันบริสุทธิ์ของ หลวงพ่อพริ้ง (พระครูประสาทวรคุณ) นอนสงบนิ่งอยู่ภายในหีบแก้วโปร่งใส รอการกราบไหว้ขอพรจากสาธุชนทั่วไป วัดโบสถ์โก่งธนู ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา (ครั้งหลัง) เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2505 เป็นวัดสังกัดมหานิกาย
พระรูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อพริ้ง รุ่นแรก (นะ มะ พะ ทะ) ปี 2505 เนื้อทองผสม วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรีพระรูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อพริ้ง รุ่นแรก (นะ มะ พะ ทะ) ปี 2505 เนื้อทองผสม วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี พระรูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อพริ้ง รุ่นแรก (นะ มะ พะ ทะ) ปี 2505 เนื้อทองผสม วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรีประวัติย่อ หลวงพ่อพริ้ง
สถานะเดิมของ หลวงพ่อพริ้ง ท่านเป็นชาวบ้านโก่งธนูโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 12 ปีชวด ตรงกับวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2443 เป็นบุตรชายคนโตของ นายตึก นางแสง นามสกุล เพ็งรอด ซึ่งเป็นชาวบ้านคุ้งนามอญ ตำบลโก่งธนู อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
การศึกษาเมื่อเยาว์วัย อาศัยการเรียนเขียนอ่านกับหลวงพ่อ หลวงปู่ที่ วัดโบสถ์โก่งธนู เป็นผู้สอนให้ ทั้งอักขระภาษาไทยและภาษาขอมควบคู่กันไป ความเฉลียวฉลาด ของท่านนั้นสามารถอ่านเขียนได้เร็วกว่าเด็กที่เรียนอยู่ด้วยกัน แต่ท่านจะมีร่างกายที่อ้อนแอ้น ร่างกายบอบบาง ทำให้โยมบิดาของท่านคิดว่า หากจะให้ท่านเอาดีทางประกอบสัมมาอาชีพ ตามความนิยมของท้องถิ่นคงจะไปไม่ไหว ท่านจึงเบี่ยงเบนเข็มชีวิตให้กับบุตรชายของท่าน โดยการนำไปฝากกับ หลวงพ่อจาด วัดไก่เตี้ย อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลกันกับวัดโบสถ์มากนัก และหลวงพ่อจาดท่านเป็นพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น เมื่อท่านได้เห็น นายตึก นำบุตรมาฝาก เพื่อหวังทางด้านการศึกษาเล่าเรียน ท่านจึงบอกกับนายตึกโยมบิดาของท่านว่า
หากจะเอาดี มันต้องบวช
หลวงพ่อจาดจึงได้ทำการบรรพชาเป็นสามเณรให้ เมื่ออายุได้ 13 ปี ได้สอนทางด้านพระธรรมชี้นำในเรื่องการปฏิบัติจิตภาวนา อักขระภาษาไทยและภาษาขอม รวมทั้งวิชาอาคมเบื้องต้นให้กับศิษย์ของท่านจนอายุครบบวช
อุปสมบท เมื่อปี พ.ศ.2463 ณ พัทธสีมาวัดญาณเสน ตำบลโก่งธนู อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยมี หลวงพ่อหลำ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อจาด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า มณีธาโน ในช่วงต้นๆ ได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์ ศึกษาแนวทางด้านปฏิบัติจากพระอาจารย์ของท่านจนแตกฉาน เรียกว่าก้าวล้ำหน้าไปกว่าศิษย์ร่วมสำนักในรุ่นเดียวกัน
หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้เริ่มทบทวนพลังทางจิต หลักการปฏิบัติจิตภาวนาและวิชาอาคมที่ได้รับการชี้แนะจาก หลวงพ่อจาด วัดไก่เตี้ย และ หลวงพ่อหลำ พระอุปัชฌาย์ หวังเพื่อที่จะใช้เป็นเกราะป้องกันตัว ป้องกันกิเลส หวังผลที่จะนำไปใช้ในการธุดงค์แสวงหาความสงบให้กับดวงจิตต่อไป ได้เริ่มธุดงค์ตั้งแต่ต้นเริ่มอุปสมบท
ปี พ.ศ.2468 คืนกลับสู่ถิ่นกำเนิด เป็นช่วงที่ วัดโบสถ์โก่งธนู ร้างว่างเจ้าอาวาส จึงได้รับการขอร้องจากญาติโยมขอให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบแทนจนได้รับความเจริญรุ่งเรืองเป็นเจ้าคณะตำบล และได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ในปี พ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตรที่ พระครูประสาทวรคุณ เมื่อปี พ.ศ.2484 และได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในปี พ.ศ.2496 ทำการปกครองและพัฒนา วัดโบสถ์ดก่งธนู จนถึงช่วงปลายอายุขัย ท่านได้มรณภาพเมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2527 เวลา 16.30 น. สิริอายุได้ 84 พรรษา 64 ส่วนเกียรติคุณบารมี ความขลังศักดิ์สิทธิ์วัตถุมงคลของท่านนั้นยังคงอยู่ เป็นที่ต้องการที่ผู้คนในวงการอยากจะมี อยากจะได้เอาไว้บูชายิ่งนัก

ก่อนที่จะถึงเรื่องความขลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับพุทธคุณที่มีอยู่ในวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังของท่านนั้น ในชีวิตแห่งสมณเพศของท่านนั้นได้ผ่านพบประสบการณ์ ความอัศจรรย์ ความศักดิ์สิทธิ์ใดมาบ้าง ขอนำมาเขียนพอเป็นสังเขป

รูปหล่อโบราณรุ่นแรก ปี 2505 เนื้อทองผสม หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี

รูปหล่อโบราณรุ่นแรก ปี 2505 เนื้อทองผสม หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี

เส้นทางธรรม
ความตั้งใจของ หลวงพ่อพริ้ง ที่มีอยู่แต่เดิมตั้งแต่เริ่มออกบวช สิ่งสำคัญยิ่งที่ท่านต้องการก็คือการแสวงหาความสงบ โดยยึดเอากิจแห่งธุดงควัตรนำมาปฏิบัติ ท่านได้เปิดเผยความตั้งใจของท่านเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ท่านได้เรียนให้ หลวงพ่อจาด ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน รวมทั้ง หลวงพ่อหลำ พระอุปัชฌาย์ ความตั้งใจมีมาตั้งแต่เป็นสามเณร ได้กราบเรียนต่อพระอาจารย์ของท่านว่า หากมีโอกาสก็จะขอออกธุดงค์ แต่หลวงพ่อจาดท่านก็ได้ชี้แนะว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย โดยให้เหตุผลต่อศิษย์ของท่านว่า
ผู้ที่จะปฏิบัติแห่งธุดงค์นั้นได้สำเร็จ นั่นมิใช่เป็นเรื่องง่ายๆ เพราะป่าดงลึกนั้นเต็มไปด้วยอันตราย เพราะจะต้องเจอกับอันตราย เจอกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายนานาชนิด รวมทั้งจิตวิญญาณที่ยังไม่พ้นวิบากกรรมจะรบกวนหลอกหลอน อาถรรพณ์ของป่าดงนั้นมีมากมายนัก หนทางที่จะแก้อาถรรพณ์ดังกล่าวได้หากเรามีภาวะทางจิตแก่กล้า พลังจิตนั้นจะได้มาก็ด้วยการหมั่นฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้จิตของเรามีสมาธิ มีปัญญา มีพลัง ถึงขั้นนั้นแหละจึงจะใช้เป็นเกราะป้องกันตัว ป้องกันกิเลสในใจทั้งหลายได้
หลังจากที่ หลวงพ่อหลำ ท่านได้ทำการทดสอบอารมณ์ ทางด้านกรรมฐานจากศิษย์รักของท่านเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้อนุญาตให้ท่านเดินธุดงค์ พร้อมกับมอบให้พระภิกษุอีก 7 รูป ร่วมธุดงค์ไปกับท่านด้วย โดยมอบหมายให้ หลวงพ่อพริ้ง เป็นหัวหน้าคณะ
เริ่มต้นตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ภาคเหนือ เส้นทางในสมัยอดีตนั้นมิได้สะดวกสบายเหมือนกับปัจจุบัน กว่าจะเดินทาง ทะลุไปสู่อีกหัวเมืองจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่อความรกชัฏของป่าดง ห้วยหนองคลองบึง สัตว์ร้ายนานาชนิด แต่ท่านก็มิได้เร่งรีบค่ำถึงไหนก็ปักกลดที่นั่น ถือกิจการเจริญภาวนาแผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์เป็นหลัก เช้าเก็บเครื่องอัฐบริขาร ผ่านภูเขาหลืบถ้ำ ครั้นเจอหมู่บ้านก็ถือโอกาสโปรดญาติโยม ความราบรื่นนั้นพบได้น้อยมาก เจอแต่อุปสรรคนานาประการ รวมทั้งพบกับจิตวิญญาณตามรบกวน ท่านก็เอาชนะมาได้ด้วยการแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลไปให้ ก็สามารถผ่านพ้นมาได้ทุกครั้ง
พบพระอาจารย์ดีที่เมืองปากน้ำโพ
หลังจากที่ได้ผ่านอุปสรรคนานาประการมาได้ ตามเส้นทางยังได้พบกับพระอาจารย์ดีมีวิชาหลายท่าน ต่างได้แลกเปลี่ยนความรู้ ทางด้านการปฏิบัติมนต์พระคาถาซึ่งกันและกัน เป็นการต่อยอดวิชาอาคมและพลังจิต ที่มีอยู่เดิมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
รวมทั้งการธุดงค์เข้าสู่เขตวัด ท่านก็ไม่เคย ละที่จะขอเข้าร่วมลงอุโบสถทำสังฆกรรมกับวัดที่เดินทางไปถึง บางครั้งเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน นานครั้งญาติโยมชาวบ้านจะมีโอกาสได้พบกับพระ โอกาสได้ทำบุญมีน้อย เมื่อได้เห็นพระก็นับว่าเป็นบุญ บางหมู่บ้านยังได้จัดทำเพิงพักให้ พร้อมกับนิมนต์ให้พำนักอยู่หลายๆ วัน ซึ่งท่านก็ตอบสนองความต้องการ ตามความศรัทธาของชาวบ้านเป็นประจำ
ขณะที่ หลวงพ่อพริ้ง เดินทางธุดงค์เข้าเขตนครสวรรค์ เป็นสถานที่ห่างไกลผู้คนอยู่กลางป่า พอได้เวลาช่วงเย็นเห็นสถานที่โคนต้นไม้ไม่ห่างไกลธารน้ำไหล จึงหยุดพักปักกลด สรงน้ำที่ลำธาร ขณะที่เสร็จจากการสรงน้ำกำลังจะเดินทางกลับที่พำนัก ได้พบกับพระภิกษุท่านหนึ่งเดินสวนทางมา คำแรกที่พระภิกษุท่านนั้นทักทายท่านว่า จะไปไหน หลวงพ่อพริ้ง ก็กล่าวตอบพระภิกษุรูปนั้นไปว่า มาจากลพบุรีเพื่อปฏิบัติกิจธุดงค์

รูปหล่อปั๊มเข่ากว้าง ปี 2505 เนื้อทองผสม หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี รูปหล่อปั๊มเข่ากว้าง ปี 2505 เนื้อทองผสม หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี


พระภิกษุรูปนั้นยังได้ถามท่านต่อไปอีกว่า กลดปักอยู่ที่ไหน ท่านก็ตอบว่า ปักอยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่ พระภิกษุรูปนั้นยังบอกต่ออีกว่า เดินมาไม่เห็นมี หลวงพ่อพริ้ง ท่านจึงชักชวนพระภิกษุรูปนั้นไปยังกลดของท่าน จากการสังเกต เห็นว่าพระภิกษุรูปนั้นท่านเดินถือกิ่งไม้บังหน้าท่านตลอด จึงคิดได้ว่าพระภิกษุท่านนี้ต้องเป็นพระดีมีวิชาแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นท่านได้ก้มลงกราบ ขอฝากตัวเป็นศิษย์กับพระภิกษุรูปนั้นทันที หลังจากนั้นจึงได้รับคำบอกจากพระภิกษุรูปนั้นว่า
อาตมาคือ หลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน นครสวรรค์
และท่านก็ได้ชักชวนหลวงพ่อพริ้งให้ไปพำนักที่วัดหนองกระโดน และด้วยอัธยาศัยที่ตรงกันทำให้หลวงพ่อพวงเมตตา ท่านจึงได้ถ่ายทอดวิชาอาคมให้กับ หลวงพ่อพริ้ง และ หลวงพ่อพริ้ง ท่านก็ตอบสนองในฐานะศิษย์ที่จะพึงปฏิบัติต่อพระอาจารย์ ได้อยู่ช่วยเหลืองานของท่านเป็นเวลาถึง 2 พรรษา
วิชาสุดยอดที่ได้รับการถ่ายทอดจาก หลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน นครสวรรค์ ท่านได้ถ่ายทอดวิชาบังไพร ตัดสายรุ้งละลายเมฆ และอีกหลายวิชาที่จะเป็นประโยชน์ต่อ หลวงพ่อพริ้ง ต่อไปในอนาคต
ดังนั้นจึงนับได้ว่า หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี ท่านเป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดของ หลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน เป็นศิษย์ของหลวงพ่อพวงยุคต้น ท่านประสงค์จะมอบวิชาสุดยอดให้กับ หลวงพ่อพริ้ง โดยตรง จึงเกิดเหตุอัศจรรย์ทำให้พบกับท่านในเบื้องต้น
ทดสอบมนต์ขลัง หลังจากที่ได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระอาจารย์เป็นเวลาพอสมควร รวมทั้งได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมกับท่านแบบเต็มๆ แล้ว หลวงพ่อพริ้ง ได้แจ้งความประสงค์ต่อพระอาจารย์เพื่อจะธุดงค์ต่อ ซึ่งหลวงพ่อพวงท่านก็มิได้ขัดศรัทธา แต่ขอให้ศิษย์ ของท่านนั้นได้ทดสอบความขลังของวิชาที่ท่านมอบให้เสียก่อน เพื่อผลที่จะใช้เป็นเกราะป้องกันตัว ป้องกันอันตรายในระหว่างเดินธุดงค์ซึ่งมีอันตรายรออยู่ข้างหน้า
หลวงพ่อพริ้ง ท่านได้ทำการทดสอบวิชาตัดสายรุ้งละลายเมฆให้พระอาจารย์ดู ปรากฏผลเป็นที่พอใจของหลวงพ่อพวงเป็นอย่างมาก เพราะวันที่ทำการทดสอบเป็นวันที่ฝนโปรยลงมาจากท้องฟ้า ฝนหายกลายเป็นละอองทอประกายเป็นสายรุ้งอย่างสวยงาม หลวงพ่อพริ้ง ท่านตั้งจิตภาวนา เสร็จแล้วชี้นิ้วไปที่สายรุ้งและที่เมฆฝนที่ตั้งเค้าทะมึน ปรากฏว่าก้อนเมฆละลายและสายรุ้งขาดเป็นช่วง 3 ท่อน ส่งประกายสดใสหนีห่างออกจากกันอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ผลทดสอบเป็นที่พอใจของหลวงพ่อพวงเป็นอย่างยิ่ง
ก่อนที่จะลาจากพระอาจารย์ หลวงพ่อพวงท่านได้อำนวยพรอนุโมทนา พร้อมยังบอกต่อท่านอีกว่า หากมีเวลาก็ให้ผ่านมาเยี่ยมเยียนท่านบ้าง เหตุการณ์ดังกล่าวระหว่าง หลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน และ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู เกิดอยู่ในช่วงปี พ.ศ.2465-2466 ขณะที่ หลวงพ่อพริ้ง ท่านเป็นพระภิกษุที่อยู่ในวัยหนุ่มที่ต้องการเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ รวมทั้งค้นหาประสบการณ์แห่งชีวิตของท่าน

(อ่านต่อฉบับหน้า)

( ที่มา: ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1057 เดือนตุลาคม 2553 : หลวงพ่อพริ้ง มณีธาโน (พระครูประสาทวรคุณ) วัดโบสถ์โก่งธนู แห่งลุ่มแม่น้ำลพบุรี ตอนที่ 1 ภาพและเรื่องโดย เฒ่าพุคา )

ลิขสิทธิ์? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียน ลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2011 เวลา 14:35 น. )