ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Wednesday
Sep 17th
ป้ายโฆษณา

พระพุทธชินราชอินโดจีน

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย คนกรุงเก่า

ในประเทศไทยนั้นพระนามแห่งหลวงพ่อ พระพุทธชินราช พระพุทธปฏิมาอันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของ เมืองพิษณุโลก สองแควเป็นที่รู้จักและสักการบูชาของพุทธศาสนาทั่วประเทศไทย ทั้งนี้เพราะเหตุว่าหลวงพ่อ พระพุทธชินราช มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง เป็นพระพุทธรูปที่พระมหากษัตริย์ พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญานามว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชา อันหมายถึง พระผู้ประกอบไปด้วยภูมิธรรม ราชธรรม ศีลธรรมอันถึงพร้อมด้วยไตรทวาร

สาเหตุแห่งการสร้างพระพุทธรูปขึ้น ณ เมืองพิษณุโลก สองแควของสมเด็จพระเจ้าลิไท พระมหากษัตริย์แห่งมหาอาณาจักรสุโขทัย พระราชโอรสแห่งสมเด็จพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่รู้จักกันในนาม สมณลังกาวงศ์ มาสู่ดินแดนสุโขทัย ทรงให้การทำนุบำรุงเผยแพร่ ให้ลงหลักปักฐานในกรุงสุโขทัยและมหาอาณาจักรล้านนามหาพันธมิตร ทำให้พระพุทธศาสนา ดำรงคงอยู่คู่ชาติไทยมาได้จนถึงปัจจุบันนี้มีอยู่ว่า

เมืองพิษณุโลก สองแควเป็นเมืองหน้าด่านอันดับที่ 2 รองลงมาจากเมืองกำแพงเพชร เป็นประตูเปิดสู่ภาคกลาง อันเป็นเมืองท่าที่มหาอาณาจักรสุโขทัย ใช้เป็นเมืองท่าติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ โดยมีประเทศจีนเป็นคู่ค้ารายสำคัญ เป็นปราการที่ใช้ในการป้องกันการรุกรานของอริราชศัตรู แต่ยังไม่มีพระพุทธรูป สำคัญเป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตวิญญาณของชาว เมืองพิษณุโลก สองแคว
ให้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้สามารถยืนหยัด ต่อสู้กับผู้รุกรานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พระมหาธรรมราชลิไท ทรงโปรดให้ออกแบบพระพุทธรูปขึ้นมา 3 องค์ด้วยกัน ถวายพระนามตามลำดับว่า พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระพุทธศาสดา มีพุทธลักษณะเป็นพระปฏิมาประทับนั่งมารวิชัยทั้งสามองค์ ปั้นพระพักตร์ให้แตกต่างกันออกไป พระพุทธชินสีห์กับพระศาสดามีพระพักตร์เป็นแบบที่เรียกว่า พระพักตร์ (หน้า) ที่เป็นบุรุษ ส่วน พระพุทธชินราช นั้นมีพระพักตร์ (หน้า) ที่เป็นสตรี (หน้านาง)

พระพุทธชินราชอินโดจีน  พระพักตร์ต่างๆ  ที่เททองในพิธีเดียวกัน พระพุทธชินราชอินโดจีน  พระพักตร์ต่างๆ  ที่เททองในพิธีเดียวกัน พระพุทธชินราชอินโดจีน  พระพักตร์ต่างๆ  ที่เททองในพิธีเดียวกัน พระพุทธชินราชอินโดจีน  พระพักตร์ต่างๆ  ที่เททองในพิธีเดียวกัน

พระพุทธชินราชอินโดจีน พระพักตร์ต่างๆ ที่เททองในพิธีเดียวกัน

ให้สังเกตว่าพิมพ์นิยมที่มีปลายสังฆาฏิด้านหลังจรดร่องฐานดังในภาพ  จะมีราคาแพงกว่าพิมพ์ที่ปลายสังฆาฏิไม่จรดร่องฐาน

ให้สังเกตว่าพิมพ์นิยมที่มีปลายสังฆาฏิด้านหลังจรดร่องฐานดังในภาพ จะมีราคาแพงกว่าพิมพ์ที่ปลายสังฆาฏิไม่จรดร่องฐาน

โค้ดใต้ฐานพระพุทธชินราชอินโดจีน

โค้ดใต้ฐาน พระพุทธชินราชอินโดจีน

พระพุทธชินสีห์ และ พระพุทธศาสดา เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งมารวิชัยแบบพระพุทธรูปทั่วไป แต่สำหรับ พระพุทธชินราช อันสื่อพระนามถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงมีชัยชนะเหนือพญาวัสวดีมารและพหลพลมารทั้งปวง เมื่อวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพระพุทธศักราชเป็นเวลา 45 ปี ภายหลังจึงมีการเพิ่มซุ้มเรือนแก้วขึ้น ประกอบกับองค์พระเพื่อแสดงให้เห็นถึงชัยชนะ อันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระบรมศาสดาในครั้งนั้น

ตามตำนานการสร้างนั้นได้กล่าวไว้อย่างพิสดารว่า การปั้นหุ่นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ดำเนินการโดยประติมากรฝีมือเลิศที่สุดของมหาอาณาจักรสุโขทัย โดยสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไททรงเสด็จทอดพระเนตรและพระราชทาน

พระราชวินิจฉัย จนได้หุ่นพระพุทธรูปที่พร้อมจะประกอบพิธีเททอง ครั้นพอกหุ่นต่อชนวนพร้อมแล้ว สมเด็จพระมหาธรรมราชาในพระภูษาแบบทรงศีล เสด็จมาทรงเป็นประธานในการเททองหล่อพระพุทธรูปทั้งสามองค์

ครั้นเมื่อทุบหุ่นออกดูปรากฏว่าพระพุทธชินสีห์ กับพระพุทธศาสดาทองแล่นเต็มตลอดพระองค์ แต่ พระพุทธชินราช ทองไม่แล่นเต็มตลอด ทรงโปรดเกล้าฯให้ประติมากรปั้นหุ่นขึ้นมาเป็นครั้งที่ 2 หาจุดบกพร่องที่เป็นสาเหตุให้ทองแล่นไม่เต็มตลอดหุ่นองค์พระ ทรงมีพระราชศรัทธาเสด็จมาเททองเป็นครั้งที่ 2 ทองก็แล่นไม่เต็มตลอดอีกครั้งหนึ่ง

ในเพลานั้นเองก็มีประติมากรแปลกหน้านุ่งขาวห่มขาว มุ่นมวยมาเข้าเฝ้ากราบทูลสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท ขอแสดงฝีมือปั้นหุ่นและกำกับการเททอง หากไม่สำเร็จอีกก็จะถวายชีวิตถ่ายโทษ สมเด็จพระมหาธรรมราชาจึงทรงมีพระราชดำรัสว่า

เมื่อมีจิตศรัทธาแล้วก็พึงดำเนินการไปตามที่ต้องการ มิต้องมาถวายชีวิตถ่ายโทษ ให้เป็นราคีต่อพระพุทธรูป พระพุทธชินราช ไปเปล่าๆ

ตาผ้าขาวจึงรับหน้าที่ในการปั้นหุ่น พระพุทธชินราช จนสำเร็จ สมเด็จพระมหาธรรมราชาทรงทอดพระเนตรแล้วถึงกับทรงพระอุทานออกมาว่า

ฝีมือราวกับเทพยดาจากฟากฟ้ามาปั้นโดยแท้

สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไททรงเสด็จมาทรงศีลและเททองด้วยพระองค์เอง ตาผ้าขาวควบคุมกำกับการเททองด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ครั้นเททองเสร็จสิ้นลงแล้ว สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทก็ทรงมีรับสั่ง ให้หาตัวตาผ้าขาวมาเฝ้าเพื่อพระราชทานรางวัล แต่ตาผ้าขาวได้เดินออกไปจากปริมณฑลพิธีขึ้นไปทางด้านทิศเหนือ ผู้ที่รับพระบรมราชโองการตามไปทันตาผ้าขาวร้องเรียกให้หยุด ตาผ้าขาวก็หายไปต่อหน้าสมเด็จพระมหาธรรมราชา จึงทรงโปรดฯให้สร้างวัดอุทิศกุศลให้แก่ตาผ้าขาว ณ บริเวณที่ตาผ้าขาวหายตัวไปเรียกกันว่า วัดตาผ้าขาวหาย ปัจจุบันเรียกชื่อเพี้ยนไปว่า วัดชีปะขาวหายครั้นหุ่นเย็นลงแล้วบรรดาช่างหล่อได้ทุบ หุ่นออกดูก็พบว่าทองติดเต็มตลอด เพียงตกแต่งไม่นานนักก็สำเร็จสามารถลงรักปิดทอง แล้วนำเข้าประดิษฐานในวิหารได้ในที่สุด ทรงโปรดเกล้าให้สร้างวัดขึ้นถวายพระนามวัดว่า วัดพระพุทธชินราช แต่ชาว เมืองพิษณุโลก สองแควมักเรียกกันติดปากว่า วัดใหญ่

แม้ว่า เมืองพิษณุโลก สองแควจะผ่านกาลเวลาและการศึกมาแต่ครั้งสุโขทัย ศรีอยุธยา ธนบุรี แต่ พระพุทธชินราช มิได้รับผลกระทบจากการศึกการสงครามแม้แต่น้อย เป็นมิ่งขวัญของชาวเมืองตลอดมา มีเพียงครั้งเดียวที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวบรมราชาธิราช ทรงสร้างวัดเบญจมบพิตร ขึ้นแล้วทรงโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญ พระพุทธรูปจากเมืองเหนือมาเป็นพระปฏิมาประทาน ในพระอุโบสถ ทรงทอดพระเนตร พระพุทธชินราช เมืองพิษณุโลก สองแคว แล้วทรงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญลงมาเป็นพระปฏิมาประธานในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร

ชาวพิษณุโลก สองแควต่างมีความโศกเศร้า ร้านรวงปิดทำการค้า พิษณุโลก สองแควกลายเป็นเมืองร้างไปในทันที ไปทางใดก็เห็นแต่ใบหน้าอันเศร้าหมองของชาวเมือง และเสียงร่ำไห้ของผู้ที่ได้เข้าไปนมัสการหลวงพ่อ พระพุทธชินราช ในวิหาร ความทราบถึงพระเนตรพระ

กรรณของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงบรมราชาธิราช จึงโปรดเกล้าฯให้เจ้ากรมช่างสิบหมู่ไปทำการปั้นหุ่นจำลองแบบ พระพุทธชินราช ให้มีพระพักตร์และขนาดที่เท่ากับองค์จริง ทรงเสด็จไปทรงเททอง ณ ปริมณฑลพิธีหน้าวิหารหลวงพ่อ พระพุทธชินราช จากนั้นให้ชะลอขึ้นมากรุงเทพฯโดยทางน้ำ

ในปีพุทธศักราช 2484 ประเทศไทยส่งกำลังไปรบเรียกร้อง ดินแดนที่ถูกฝรั่งเศสยึดไปจากประเทศไทย อันได้แก่ ดินแดนในประเทศลาวและเขมร ทำให้เกิดความพัวพันกับสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกทางภาคใต้ของประเทศไทย ขอใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปรบกับอังกฤษและอเมริกัน ภัยสงครามมาเยือนประเทศไทย เมื่อสัมพันธมิตรเข้ามาโจมตีทางอากาศ ต่อเป้าหมายในกรุงเทพฯอย่างหนัก

ท่านเจ้าคุณศรีสนธิ์ วัดสุทัศนเทพวราราม ได้กราบขอประทานอนุญาตจาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (แพ ติสเทวะ) สร้างวัตถุมงคล เพื่อให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯได้นำไปติดตัวเพื่อป้องกันภัย โดยเลือกสร้างรูปจำลองขนาดเล็กของ หลวงพ่อ พระพุทธชินราช เปิดให้ประชาชนได้สั่งจองอย่างกว้างขวาง พร้อมกับ เหรียญ พระพุทธชินราช ด้านหลังตราอกเลาพระวิหาร พระพุทธชินราช ท่านเจ้าคุณศรีอัญเชิญเสด็จพระสังฆราช(แพ) ทรงเสด็จเททองด้วยพระองค์เอง

ท่านอาจารย์ นิรันดร์ แดงวิจิตร (พระครูหนู) เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เป็นงานใหญ่มาก มีช่างเททองที่รับงานไปมากันจนล้นสถานที่ประกอบพิธีเททอง ท่านเจ้าคุณศรีฯได้จัดเบ้าหลอมกลางไว้โดยเป็นส่วนผสมมงคลตามตำรับ โดยได้ให้ตักแบ่งโลหะในเบ้าหลอมกลาง ไปใส่ในเบ้าหลอมของช่างหล่อทุกเบ้า เพื่อให้มีส่วนผสมของโลหะมงคลทั่วกัน เททองเป็นช่อแบบพระกริ่ง ทุบออกจากเบ้าตัดจากช่อแล้วแต่งให้เรียบร้อย ให้ตอกโค้ดกันปลอมไว้ที่ก้นสองตราด้วยกันคือ กงล้อพระธรรมจักรกับอกเลาวิหารหลวงพ่อ พระพุทธชินราช ครั้นใกล้จะถึงเวลาฤกษ์ที่จะประกอบพิธีพุทธาภิเษกจึงให้หยุดตอกโค้ด นำ พระพุทธชินราช ที่มิได้ตอกโค้ดบรรจุใส่ลังนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกร่วมกับที่ตอกโค้ด (ที่มิได้ตอกโค้ดมอบให้พุทธสมาคม แห่งประเทศไทยได้เก็บไว้หาทุนดำเนินการในกิจการของพุทธสมาคม)

พระพุทธชินราชอินโดจีน มีพระพุทธคุณเป็นที่ประจักษ์ในสามด้าน คือ แคล้วคลาด คงกระพัน กับมหาอุด เพราะสร้างในระหว่างสงครามประชิดติดพันประเทศไทย จึงเน้นในด้านที่กล่าวมาแล้ว
เนื่องจากมีการสร้างเป็นจำนวนมาก จึงมีช่างหล่อหลายสำนักมาร่วมงานทำให้การปั้นหุ่นมี ความหลากหลายกันออกไป มีการแยกพิมพ์กันในวงการนักเลงพระในยุคหลัง เพราะในปี พ.ศ.2484 นั้นไม่มีการแยกพิมพ์เพื่อกำหนดราคาในการให้บูชาแบบในปัจจุบัน การแยกพิมพ์ย่อๆ คือ พิมพ์นิยมหน้านาง สังฆาฏิยาว และ สั้น กับ พิมพ์ต้อ สังฆาฏิยาว และ สั้น

ความเก๊-แท้ขององค์พระ ตัดสินกันที่โค้ดที่ตอกเป็นที่ตั้ง เพราะแม้แต่จะตอกกันแบบไม่พิถีพิถัน ติดเต็มบ้าง ไม่เต็มบ้าง ก็ให้ถือหลักว่า ตราธรรมจักรก้านธรรมจักร ที่ติดกับวงล้อจะต้องมีความอ่อนช้อยมิได้แข็งทื่อแบบโค้ดปลอม ตราอกเลาจะมีรายละเอียดองคาพยพที่ชัดเจนพอสมควร โดยเฉพาะรูปกระบี่ (หนุมาน) นั้นให้สังเกตว่าเส้นสายจะอ่อนช้อยเป็นธรรมชาติ เส้นสายของเก๊จะแข็ง
ปัจจุบัน พระพุทธชินราชอินโดจีน มีราคาเช่าบูชาในหลักหมื่นต้นไปกลาง จนผู้มีฐานะทางด้านการเงินน้อยมิอาจจะหามาติดตัวได้ ก็ขอแนะนำ เหรียญพระพุทธชินราช ที่มีราคาอยู่ในราคาพันกลางที่ยังพอจะหากันได้ พบกันใหม่ฉบับหน้าจะเป็นเรื่องใดนั้นก็ขอเชิญติดตามต่อไป

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1003 เดือนกรกฎาคม 2551 : คุยเฟื่อง พระเครื่อง เรื่องชวนรู้ : พระพุทธชินราชอินโดจีน ภาพและเรื่องโดย คนกรุงเก่า)

ลิขสิทธิ์ 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 19 กรกฏาคม 2013 เวลา 16:10 น. )