ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Tuesday
Aug 04th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระเกจิอาจารย์ สายตะวันออก-ตก-กลาง

สายตะวันออก-ตก-กลาง

หลวงพ่อธรรมจักร วัดธรรมามูลวรวิหาร อ.เมือง จ.ชัยนาท

ภาพและเรื่องโดย เก่ง แหลมงอบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จวัดธรรมามูลวรวิหาร เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2478เมืองชัยนาท เป็นเมืองโบราณ ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ตรงทางแยกฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำเมืองสรรค์ (ปากคลองแพรกศรีราชาใต้ปากลำน้ำเก่า) เมืองนี้ตั้งขึ้นภายหลังเมืองพันธุมวดี (สุพรรณบุรี) เป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย จากศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงมีแต่ชื่อ เมืองแพรก ส่วน เมืองชัยนาท เพิ่งมาปรากฏใน รัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เมื่อ พ.ศ.1890 ซึ่งเป็นปีที่ พระเจ้าเลอไทสวรรคต กรุงสุโขทัยเกิดการแย่งชิงราชสมบัติ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงยกกองทัพเข้ายึด เมืองชัยนาท หลังจากพระยาลิไทขึ้นครองราชย์ ทางกรุงศรีอยุธยาซึ่งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ได้สถาปนาให้เป็นราชธานีมีกำลังเข้มแข็งมาก จึงได้โปรดฯให้ ขุนหลวงพะงั่ว ซึ่งครองเมืองสุพรรณบุรียกทัพมาตี เมืองชัยนาท ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย เมืองชัยนาท จึงตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา โดยมีขุนหลวงพะงั่วเป็นผู้รักษาเมือง เมื่อกรุงสุโขทัยสงบแล้วพระยาลิไทได้ส่งทูตมา กรุงศรีอยุธยา เพื่อเจรจาขอ เมืองชัยนาท คืนให้แก่กรุงสุโขทัย โดยจะยอมให้เป็นอิสระและมีสัมพันธไมตรีต่อกัน กล่าวคือ ต่างฝ่ายต่างก็มีอิสระต่อกัน ในที่สุดกรุงศรีอยุธยาได้คืน เมืองชัยนาท ให้แก่กรุงสุโขทัย นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า การที่ แคว้นกัมพุช (ลพบุรี) เข้าร่วมมือในการรบ ประกอบกับกรุงศรีอยุธยากำลังสถาปนาได้ไม่นาน ถ้ามีศึกกระหนาบสองด้านจะสร้างปัญหาให้ไม่น้อย ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้กรุงศรีอยุธยาคืน เมืองชัยนาท แก่กรุงสุโขทัยโดยดี


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคม 2015 เวลา 16:52 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

เหรียญหลวงพ่อธรรมจักร หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

ประวัติการณ์แห่งประวัติศาสตร์

สุดยอดสองขลังรวมพลังเป็นหนึ่งแห่งชัยนาท

ท่านผู้ว่าราการจังหวัด สุทธิพงษ์ จุลเจริญ เป็นประธานการจัดสร้าง เหรียญสุดยอดสองขลังรวมพลังเป็นหนึ่งแห่งชัยนาท เพื่อนำรายได้ร่วมสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดธรรมามูลวรวิหาร อ.เมือง จ.ชัยนาท โดยจะทำพิธีพุทธาภิเษกยิ่งใหญ่ที่วัดธรรมามูลวรวิหารและข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปพุทธาภิเษกวาระสองที่ วัดปากคลองมะขามเฒ่า พุทธาภิเษกสองครั้งเพื่อรวมพลังเป็นหนึ่ง ในเหรียญแห่งประวัติศาสตร์ของเมืองชัยนาทคือ เหรียญสุดยอดสองขลังรวมพลังเป็นหนึ่งแห่งชัยนาท


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฏาคม 2015 เวลา 11:17 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

หลวงพ่อครุฑ ศิษย์เอก หลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ จังหวัดพิจิตร

ภาพและเรื่องโดย ขวัญทอง สอนศิริ (โจ้ พิษณุโลก) คนดีศรีพิษณุโลก)

รูปพระครูศีลธรารักษ์ (ครุธ สุวณฺโณ) วัดท่าฬ่อพระครูศีลธรารักษ์ หรือ หลวงพ่อครุธ หลานแท้ๆ และเป็นเจ้าอาวาสปกครอง วัดท่าฬ่อ สืบต่อจากท่าน  หลวงปู่ภู และเป็น ผู้สร้างและจารอักขระเลขยันต์แทน ในระยะหลังเมื่อ หลวงปู่ภู ชราภาพแล้ว ในยุคหลังๆ ผู้ที่สนใจแสวงหาเครื่องรางของขลัง หลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ จึงควรศึกษาอักขระลายมือจารของ หลวงปู่ภู และ หลวงพ่อครุธ ให้แม่นยำ แต่ถึงแม้ หลวงพ่อครุธ จะสร้างและจารอักขระแทน แต่ หลวงปู่ภู ได้เรียกสูตรปลุกเสกกำกับด้วยตัวเอง


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 08 กรกฏาคม 2015 เวลา 14:53 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

หลวงพ่อยนต์ วัดหล่ายหนองหมี อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร

ภาพและเรื่องโดย สุธน ศรีหิรัญ

หลวงพ่อยนต์ วัดหล่ายหนองหมี อ.วชิ รบารมี จ.พิจิตรเมื่อวันวิสาขบูชา วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ผู้เขียนเดินทางไปทำบุญที่จังหวัดพิจิตร เข้าไปที่ อำเภอวชิรบารมี โดยใช้เส้นทางสายเอเชียมุ่งหน้าไปตรงสี่แยกปลวกสูง เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางกำแพงเพชร วิ่งรถเลย อบต.บ้านนาไปซ้ายมือมีทางลูกรังเข้าไปหลายกิโลเมตร พบวัด หล่ายหนองหมี เพื่อทำบุญสร้างศาลาการเปรียญกับ หลวงพ่อยนต์ พระเกจิอาจารย์ขลังที่หลีกเร้นซ่อนตัวอยู่ที่วัดนี้ โดย อาจารย์โจ้ หรือ อาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ คนดีศรีพิษณุโลก เป็นผู้แนะนำว่า หากอยากทำบุญแล้วได้บุญเต็มๆ ก็ต้องมาที่วัดนี้ เพราะว่า หลวงพ่อยนต์ ท่านเป็นพระแท้ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สมเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของพระพุทธองค์ อธิษฐานตลอดชีวิตว่าจะมีสัจจะในคำพูด โดยขอบวชแล้วไม่ปรารถนาตำแหน่งหรือยศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆ ทั้งสิ้น จะให้เป็นเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล หรือเป็น พระครู มีพัดยศใดๆ ก็ไม่ขอรับ ขอเป็นแค่ พระภิกษุ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็พอแล้ว เพื่อเจริญสมณธรรมไปให้พ้นกิเลส อันได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ เพื่อหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด เพราะท่านเล็งเห็นว่าทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นอนิจจังโดยธรรมชาติ เกิดแล้วดับ ผู้คนที่เกิดมาเมื่อถึงเวลาก็ ตาย เรียกว่า เกิดเท่าไร ตายเท่านั้น ไม่มีใครอยู่ได้ คนที่ไม่ตายในโลกนี้ยังไม่มี เมื่อท่านคำนึงถึงข้อนี้แล้ว หลวงพ่อยนต์ ก็มุ่งแต่บำเพ็ญเพียร เพื่อสงเคราะห์ตัวเองไม่ให้เกิดมารับทุกข์อีก เพราะถ้าเกิดก็ต้องทุกข์ อย่างน้อยก็ต้องหาทางดำรงชีวิตไว้ นอกจากสงเคราะห์ตนเองแล้ว ท่านยังสงเคราะห์ผู้อื่นที่เดือดร้อนวุ่นวายให้หายทุกข์มีใจสงบลงบ้าง ท่านจึงเคร่งครัดปฏิบัติธรรมอย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคง


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2015 เวลา 18:09 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

เหรียญหางแมงป่อง หลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ จังหวัดพิจิตร

ภาพและเรื่องโดย ขวัญทอง สอนศิริ (โจ้ พิษณุโลก) คนดีศรีพิษณุโลก)

ตอนที่ 5

เหรียญหางแมงป่อง หลวงปู่ภู เนื้อชินตะกั่วเหรียญหางแมงป่อง เป็นเหรียญหล่อไม่หนานัก มีหูในตัว เนื้อตะกั่วชินเงิน (ถ้ำชา) รูปลักษณะคล้ายหัวใจแต่ปลายแหลมงอนแบบหางแมงป่อง จึงนิยมเรียกกันว่า เหรียญหางแมงป่อง ด้านหน้าเป็นอักขระเลขยันต์อันทรงคุณวิเศษทั้งหมด ตรงกลางเป็นยันต์ 5 หรือ ยันต์พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ (นะโมพุทธายะ) หรือเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า (ยันต์ตะกร้อ) และ ยันต์พระรัตนตรัย ประกอบด้วย มะ คือ มหาสังฆ คือ พระสังฆคุณ 14 อะ คือ อรหัง คือ พระพุทธคุณ 56 และ อุ คือ มหาอุตตม ธรรม คือ พระธรรมคุณ 38 คือ และ อุณาโลม คือ นิพพาน มีอักขระขอมโดยรอบขอบเหรียญ ล้อมยันต์ 5 ด้วย ยันต์พระเจ้า 16 พระองค์ คือ นะ มะนะ อะ . นอ กอ นะ กะ . นอ ออ นอ อะ . นะ อะ กะ อัง โบราณาจารย์กล่าวว่า คาถานี้เป็น ธรรมราชาจัดเป็นใหญ่กว่าคาถาทั้งปวง มีคุณวิเศษสารพัดกันภยันตรายทั้งปวง ดีนักแล

ด้านหลังเรียบ แกะเป็นตัวหนังสือตัวจม คำว่า  พระครูธุระศักเกียรติคุณ และลวดลายกนก เหรียญหางแมงป่อง มี 2 บล็อก คือ บล็อกแรก เป็นบล็อกนิยม ก้นตัว (ย) ฐานเป็นเหลี่ยม ( คำว่า เกียรติ) บล็อกนี้ลายกนกที่หลังเหรียญจะเป็นเส้นเล็กหลายเส้น และมีรายละเอียดมาก ส่วน บล็อกที่สอง เป็นบล็อกก้นตัว (ย) ฐานเป็นแหลมเฉียงขึ้น (คำว่า เกียรติ) เหรียญบล็อกสองลายกนกจะเป็นเส้นใหญ่และมีส่วนรายละเอียดน้อยกว่า บล็อกแรก ซึ่งจัดสร้างเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2457


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2015 เวลา 14:37 น. )

อ่านเพิ่มเติม...
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
หน้า 1 จาก 35