ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Wednesday
Jul 30th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระกรุ เนื้อดิน พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กรุวัดพิกุล กำแพงเพชร

พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กรุวัดพิกุล กำแพงเพชร

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย พิรอด วัชระมนตร์

วัดหนองพิกุล หรือที่เรียกว่า กรุวัดพิกุล ฝั่งนครชุม ทุ่งเศรษฐีศิลปะทางด้านพุทธศาสนาที่ จังหวัด กำแพงเพชร ได้ปรากฏพบหลายยุคหลายสมัย ที่ปรากฏพบมากที่สุด เป็นศิลปะ สุโขทัย อู่ทอง และ อยุธยาต้น สถานที่พบพระพุทธรูปบูชาและพระพิมพ์ (กรุพระ) ก็มีมากมายนับเป็นร้อยเป็นพันแห่ง แต่ละแห่งมีทั้งศิลปะที่แตกต่างกันไปตามยุคตามสมัย แต่ก็มีบางพิมพ์เลียนแบบศิลปะยุคก่อนเอาไว้ ถ้ามิได้ศึกษาอย่างถ่องแท้แล้วยากจะแยกยุคสมัยได้ออก ถ้าได้ศึกษาแล้วจะทราบว่าในแต่ละพื้นที่ได้มีการสร้างต่างยุคต่างสมัยกัน แต่ก็ยังอาศัยศิลปะเดิมจึงทำให้เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญ บ่งบอกว่าเป็น พระพุทธรูปบูชา และพระพิมพ์ ของจังหวัด กำแพงเพชร และสิ่งที่สำคัญที่สุดของจังหวัด กำแพงเพชร ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ซึ่งไม่มี ที่ใดในโลกเสมอเหมือนก็คือ ดิน ที่นำมาสร้างพระ เมื่อสร้างไว้ระยะเวลาหนึ่งจะเห็นความแตกต่างกับดินของจังหวัดอื่นโดยสิ้นเชิง ของจังหวัดอื่นนั้นถ้าสร้างคนละครั้งแล้วเนื้อของดินจะแตกต่างกันจนแทบไม่ ทราบว่าเป็นพระของจังหวัดใด แต่ของจังหวัด กำแพงเพชร นี้แม้ว่าจะสร้างคนละครั้ง คนละยุค คนละสมัย แต่เมื่อบรรจุกรุไว้ระยะหนึ่ง จะเห็นได้ว่าเป็น ดินของ กำแพงเพชร เหมือนกัน แตกต่างกันที่ความแห้งและความสดในกรณีที่อายุแตกต่างกัน แต่ถ้าบรรจุไว้เกิน 100 ปีแล้ว แทบจะดูไม่ออกเลยทีเดียว

พระเมือง กำแพงเพชร โดยเฉลี่ยแล้วถือว่าเป็น พระสุดยอดของประเทศไทย เหนือกว่าจังหวัด อื่นๆ เพราะแม้แต่ พระพิมพ์องค์เล็กขนาดไหนก็ตาม ยังยึดอยู่กับศิลปะของแต่ละยุค แต่ละสมัย ไม่สร้างโดยอาศัยจินตนาการของผู้ทำพิมพ์ และความสวยงามที่ขาดศิลปะของแต่ละยุคไป นอกจากนี้ การสร้างก็ยังอาศัยรูปแบบของ พระพุทธประวัติทุกพิมพ์ ดังนั้น พระของเมือง กำแพงเพชร จึงมีแบบอย่างมาตรฐานในการสร้าง เพื่อสืบพระพุทธ ศาสนาอย่างแท้จริง เป็นการสร้างที่มีจิตเป็นกุศล และก็เป็นเช่นเดียวกันทุกยุคทุกสมัย ที่มีการสร้างพระพุทธรูปบูชาและพระพิมพ์ จึงเป็นสิ่งที่มีค่าควรหวงแหน เพราะนอกจากจะเป็น พระที่มีพุทธานุภาพสูง สะอาดบริสุทธิ์แล้วยังเป็นมงคลวัตถุตามพระพุทธประวัติ ซึ่งจะหาที่ไหนไม่ได้ อีกแล้ว จึงเหมาะสำหรับพุทธศาสนิกชนที่มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาด้วยความบริสุทธิ์ ซึ่งถ้านำมาเทียบกับ การสร้างพระในสมัยนี้แล้ว จะแตกต่างกันราวกับฟ้าและดิน? เพราะในปัจจุบันได้เลิกสร้างโดยอาศัยพุทธประวัติแล้ว ยังลอกเลียนแบบพระที่ดังๆ ที่คนนิยม นำมาเป็นแบบเสียอีก เพียงแต่ต้องการขายได้ง่ายหาเงินง่าย จนกลายเป็นสินค้าตามตลาดทั่วๆ ไปอย่างหนึ่ง

สำหรับ พระเมือง กำแพงเพชร ที่ปรากฏแก่สายตาคนทั่วไปมามากกว่า 140 ปี ซึ่งถือว่าเป็นเมือง ที่มีพระเป็นที่รู้จักกันมานานกว่าเมืองอื่นๆ ทำให้เกิดความคิดเห็นในแง่คิดต่างๆ ได้หลายอย่าง คือ

  1. เป็นเมืองที่มีพระผ่านสายตามากไม่แพ้พระเมืองต่างๆ และมีเกือบทุกแบบ ทุกชนิด และทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็น ชิน ดิน ว่าน สัมฤทธิ์ เงิน, ทอง ฯลฯ
  2. พระเมือง กำแพงเพชร มีพุทธศิลปะอยู่ทุกยุคทุกสมัย จากการที่ได้พบพระบูชาจากที่ต่างๆ ปรากฏว่ามีทุกสมัยมารวมอยู่ที่ กำแพงเพชร นี้ นับตั้งแต่ ทวาราวดี ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อ่างทอง อยุธยา ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีพระนอก (นอกประเทศไทย) บรรจุอยู่ เช่น ลังกา ศรีวิชัย และพม่า ฯลฯ เป็นต้น
  3. พระพิมพ์ หรือ พระเครื่อง และ พระแผง จะเป็นเนื้อดิน, ชิน ฯลฯ มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพุทธศิลป์และวัตถุมงคลที่นำมาสร้าง

พุทธศิลป์ จะมีศิลปะทุกสมัย แต่ที่เป็นเอกลักษณ์พอสังเกตว่าเป็น พระเมือง กำแพงเพชร ก็คือ ส่วนใหญ่จะมีรัตนบัลลังก์ หรืออาสนะเป็นขีดใต้องค์พระ เว้นแต่จะมีอาสนะเป็นอย่างอื่น โอกาสที่จะเห็นองค์พระลอยๆ อย่างพระเมืองอื่นๆ เช่น พระนางพญาของพิษณุโลก พระผงสุพรรณของสุพรรณบุรีฯ มีน้อยมาก นอกจากนี้ กรอบรอบองค์พระก็ยังเป็นไปตามพุทธประวัติ และมีความหมายในตัวเองเป็นส่วนใหญ่ พระส่วนใหญ่ที่ไม่ล้อพิมพ์จากจังหวัดอื่น จะทำพิมพ์และสร้างด้วยความประณีตทำให้ดูงดงามยิ่ง เทียบส่วนกันแล้วส่วนใหญ่จะดูซึ้งมากกว่าจังหวัดอื่น แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เจดีย์และสถานที่บรรจุพระมากมายหลายแห่งชำรุดพัง และถูกขุดทำลายมานับเวลาเป็นร้อยปี ทำให้สภาพขององค์พระที่ได้พบอยู่ในสภาพที่ลบเลือนชำรุดเสียเป็นอันมาก พระที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์จะมีอยู่เพียงน้อย และพระที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์นี้ ถ้าผู้ที่นิยมและรักการสะสมพระเมื่อเห็นแล้วจะมีความรู้สึกรักและมีความซึ้ง ต่อองค์พระด้วยความรู้สึกในจิตใต้สำนึกด้วยตัวเอง

พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ เล็ก ( พิมพ์จิ๋วไม่ตัดปีก ) กรุวัดพระแก้ว ชากังราว เนื้อดินผสมว่านและเกสร พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ เล็ก (พิมพ์จิ๋วไม่ตัดปีก) กรุวัดพระแก้ว ชากังราว เนื้อดินผสมว่านและเกสร

มวลสารและวัตถุมงคลที่นำมาสร้างเป็นองค์พระไม่รวมพระบูชา ถ้ากล่าวถึงวัตถุหลักๆ ได้ 3 ประเภท ได้แก่ ว่าน ดิน ชิน ส่วนวัตถุอื่นๆ มีเป็นส่วนน้อย

พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กรุวัดพิกุล เป็นประเภทพระเนื้อดินผสมว่าน ลักษณะเนื้อมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลักษณะพิมพ์พระคง ไม่ต้องกล่าวถึง ท่านสามารถพิจารณาได้ตามภาพถ่าย เพราะทุกวันนี้การถ่ายภาพสมบูรณ์แบบ ให้เห็นความชัดเจนได้ทุกส่วนสัด ทุกแง่มุมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สิ่งที่ควรพิจารณามากที่สุดก็คือ เนื้อพระ นอกจากพิมพ์จะถูกต้องแล้ว เนื้อพระก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น การพิจารณาเนื้อพระเมือง กำแพงเพชร โดยเฉพาะ พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ ต้องพิจารณา 2 ส่วน คือ ดินและว่าน ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญของเนื้อพระ โดยพิจารณาความสำคัญทั้งสองส่วนนี้เป็นหลักใหญ่

ว่าน พระเนื้อว่านล้วนของ กำแพงเพชร จะมีเป็นส่วนน้อยเท่าที่พบจะมีอยู่ 2 แบบ คือ ว่านสีเหลืองอ่อนออกคล้ำ จะมีเนื้อไม่แน่น กับ ว่านออกสีแดงคล้ำ เนื้อจะแน่น ว่านชนิดนี้ พระจะสวยงามติดพิมพ์ลึกและหดตัวน้อยกว่าเหลืองอ่อน พระที่ปลอมส่วนมาก มักจะเป็นว่านสีเหลืองอ่อน แต่ถ้าเคยเห็นของจริงสักครั้งแล้วจะดูง่าย เพราะความแห้ง, การหดตัว และชนิด (เนื้อ) ของว่านที่ดูยาก คือ ว่านหน้าเงิน, หน้าทอง ที่ใช้แผ่นเงินแผ่นทอง มาปั๊มติดบนเนื้อว่าน เพราะเนื้อว่านบางองค์ก็ติดรูปองค์พระเห็นรูปไรๆ บางองค์ก็ไม่เห็นรูปองค์พระเลย ว่านที่ไม่เห็นรูปองค์พระเลยอาจเอามาจากพระว่านจากที่อื่นได้ เช่น พระว่านจำปาศักดิ์ หรือ พระว่านทางอีสาน ซึ่งเป็นพระเก่าด้วยกัน สำหรับ พระว่านหน้าเงิน พบเห็นน้อยกว่า พระว่านหน้าทอง เพราะพระที่บรรจุกรุนานๆ หน้ามักจะหลุดออกจากว่าน โดยเฉพาะกรุที่บรรจุ ถ้าไม่ใส่ไว้ในภาชนะอีกชั้นหนึ่ง มักจะปรากฏว่าว่านหลุดหายไป และว่านหน้าเงิน มักจะผุกร่อนไม่เหมือนทองที่ผุกร่อนยากกว่า จึงทำให้เห็นพระว่านหน้าทองมากกว่า สำหรับแผ่นทองที่ปั๊มทำพระ จะสังเกตว่าของเก่าหรือไม่นั้นพอมีข้อสังเกตได้ คือ ทองจะเป็นทองแบบเก่าสุกไม่เปลี่ยนสี เช่น ทองปัจจุบันซึ่งมีทั้งน้ำประสานทอง และการชุบเห็นทองเก่าแล้วจะรู้สึก ว่าสุกและเปอร์เซ็นต์ทองสูง เพราะสมัยโบราณคงจะไม่ได้ผสมอะไร ได้แร่ทองมาไล่แล้วก็เอามาใช้ได้ ถ้าทองจะอ่อนเอามาปั๊มจะแตกน้อย ถ้าทองผสมมีความแข็งกว่าจะแตกง่าย นอกจากนี้ พระหน้าทองที่ได้ใหม่ๆ ถ้าไม่จมอยู่ในดินจะเห็นคราบทองเป็นแผ่นประปราย ถ้าเป็นพระหล่อด้วยทองคำ ถ้าพระเก่า สังเกตรูใต้ฐานจะเห็นคราบทองคล้ายกับ พระบูชา สมัยทวาราวดี ที่ไม่มีดินอุดฐาน (ฐานกลวง) จะเห็นคราบสีครามซึ่งเกิดจากการเกิดปฏิกิริยาของโลหะแต่ละชนิดที่เก็บอยู่ใน ที่ชื้นเป็นเวลานาน ลักษณะของแผ่นเงินหรือทองที่ทำเป็นองค์พระจะไม่ลึกคม เพราะแผ่นเงินทอง เมื่อมากดตามพิมพ์จะแตกง่าย ถ้าคมเกินไปพระจะแตกเสียหายหมด นอกจากนี้ วิทยาการในสมัยก่อนไม่เท่าสมัยนี้ จึงทำให้คมชัดไม่ได้ นอกจากนี้ สังเกตรอยพับของทอง จะเป็นรอยพับในลักษณะแม่พิมพ์ไม่คม กดเป็นรอยพับลักษณะย่น นอกจากนี้ ตามผิวถ้าส่องกล้องและสังเกตให้ดี จะเห็นมีเนื้อว่านติดอยู่ตามซอก ร่วมกับคราบหรือตะกรันของโลหะ (ทอง)

พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ ใหญ่ (พิมพ์กลางไม่ตัดปีก) วัดพิกุล นครชุม เนื้อดินผสมว่าน พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กลาง (พิมพ์เล็กไม่ตัดปีก) วัดพิกุล นครชุม เนื้อดินผสมว่านและเกสร พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กรุวัดพิกุล

ดิน พระเนื้อดินของ กำแพงเพชร ส่วนใหญ่จะผสมว่านเนื้อหนึกนุ่ม ผิดกับพระของจังหวัด อื่นๆ มีอยู่เป็นส่วนน้อยที่มีว่านน้อยจะแกร่ง ที่เรียกกันว่า เนื้อกระเบื้อง และส่วนมากจะมีราว่านเกาะผิวเป็นแผ่นสีดำ บางครั้งดำปนน้ำตาลมีบางพิมพ์ที่ไม่มีหรือเกือบไม่มีราดำเลย เช่น พระกำแพง ซุ้มกอ พระกำแพง ลีลาเม็ดขนุน ฯลฯ พระยืน หรือ พระลีลา ก็มีราดำเกาะเป็นส่วนน้อย นานๆ จะพบสักที สำหรับ ราดำ นี้ถ้าเห็นบ่อยๆ ก็จะจำติดตาไปเอง ถ้าเห็นไม่บ่อยจะต้องระวัง เพราะพระใหม่ก็มีวิธีทำให้เกิดราดำขึ้นได้ แต่ถ้าสังเกตก็จะดูได้ไม่ยาก เพราะราดำ ที่เกิดใหม่จะไม่แน่นรวมทั้งเนื้อพระจะไม่แน่น และสิ่งที่ควรระวังคือ พระที่ลงรักเก่าสมัยก่อนเป็นรักที่ได้จากยางไม้ จะแห้งและร่อนรัก สมัยนี้จะทำจากสารเคมีหรือน้ำมัน ถ้าสังเกตบ่อยๆ จะรู้ พระเมือง กำแพงเพชร มักจะไม่ลงรัก แต่บางครั้งก็ลง และเป็นลักษณะของรักน้ำเลี้ยงเสียส่วนใหญ่ ทั้งนี้ อาจจะลงไว้เดิมหรือมาลงทีหลังก็ได้ แต่ถ้าพบพระที่ลงรักเพื่อให้ผิวมัน ตามซอกรอยรานมีรักสีน้ำตาลใสๆ ฝังอยู่พยายามหลีกเลี่ยงเสียเพราะเป็นพระใหม่ ที่พยายามแต่งผิวให้มัน หรือมิฉะนั้นก็เอาพระเก่านำมาบดกดพิมพ์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีที่ต้องระวังมากอีก 2 อย่าง คือ พระที่ผิวยังเห็นรอยติดพิมพ์คล้ายกระแจะหรือแป้ง เพราะพระเก่ารอยพวกนี้มักจะหมดไปแล้ว อีกอย่างก็คือ พระแต่งผิวใช้ใบตองแห้งหรือแปรงลงให้มัน ถ้าเป็น กำแพงเพชร ของเก่าแล้วใช้ภู่กันอ่อน ผ้าอ่อนๆ สำลีลูบเพียง 2-3 ครั้ง ก็ขึ้นมันเงางดงามแล้ว และจะอยู่ตัวเว้นพระผิว กร่อนร่วน ถ้าลูบสำลีดินจะร่วงไม่อยู่ตัว ถ้าของใหม่จะคืนตัวหายมันได้ง่าย เช่น ถูกมือจับ หรือถูกความชื้น ข้อสังเกตอีกอย่าง คือ ถ้าพระไม่เก่าจริงเวลากระทบพื้นแข็งๆ จะดังกังวาน ถ้าพระเก่ากระทบจะเสียงดังหนักๆ ทึบๆ นอกจากนี้ พระลีลามักจะเนื้อแกร่งแข็งกว่าพระยืน ขนาดเล็ก หรือพระนั่งอาจจะเป็นความฉลาด ของคนโบราณที่สร้างเห็นว่าพระยาวมักจะหักชำรุดได้ง่ายกว่า จึงสร้างให้แข็งกว่าจะได้ชำรุดหักยากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พระลีลาเลียนแบบได้ง่ายกว่า จึงควรระวังไว้ด้วย

พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ เท่าที่ปรากฏพบในเมือง กำแพงเพชร นั้นมีพบด้วยกัน 3 พิมพ์ คือ

  1. พิมพ์ขนมเปี๊ยะ ใหญ่
  2. พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กลาง
  3. พิมพ์ขนมเปี๊ยะ เล็ก

เจดีย์กลางทุ่ง ใกล้วัดหนองพิกุล ฝั่งนครชุม วัดหนองลังกา ฝั่งนครชุม อยู่ใกล้กับวัดหนองพิกุล

สำหรับกรุที่พบ พระพิมพ์ ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ นั้นมีพบอยู่ทั่วไป แต่ที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนมีด้วยกัน 7 กรุ คือ

  1. กรุวัดพิกุล
  2. กรุวัดหนองลังกา
  3. กรุเจดีย์กลางทุ่ง
  4. กรุนาตาดำ
  5. กรุวัดซุ้มกอ
  6. กรุวัดวังพระธาตุ
  7. กรุวัดพระแก้ว

พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กรุวัดพิกุล ที่นำมาเป็นปก ลานโพธิ์ ฉบับนี้ นับว่าเป็น พิมพ์ใหญ่ กรุวัดพิกุล ที่มีความงดงามมากพิมพ์หนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่พิมพ์นี้มักจะมีความคมชัดน้อยมาก จะหาองค์ที่มีความงดงามสมบูรณ์แบบทั้งรูปทรงที่ได้สัดส่วนกลมมนอย่างนี้ยาก เต็มที การแสวงหา พระกำแพง ซุ้มกอ โดยเฉพาะพิมพ์ขนมเปี๊ยะ ไม่ว่าพิมพ์ไหน กรุไหนก็ตาม ทุกวันนี้ต้องระมัดระวังให้ดี มีโอกาสเจอของปลอมง่ายมาก การพัฒนาการฝีมือปลอมทุกวันนี้ทำได้ดีมีความใกล้เคียง ทั้งเนื้อและพิมพ์ จนรู้สึกว่า น่ากลัว มาก เหลืออย่างอื่นคือการศึกษาและความแม่นยำ บวกกับว่าอย่ามีกิเลสครอบงำ ก็จะทำให้ท่านพ้นภัยจากการหลอกลวงไปได้

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 968 เดือนกุมภาพันธ์ 2550 : พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กรุวัดพิกุล กำแพงเพชร ภาพและเรื่องโดย พิรอด วัชระมนตร์ )

ลิขสิทธิ์ 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 01 มกราคม 2013 เวลา 10:56 น. )