ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Wednesday
Oct 22nd
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระกรุ เนื้อชิน พระร่วง กรุช่างกล ลพบุรี

พระร่วง กรุช่างกล ลพบุรี

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย...จ.ส.อ.เอนก เจกะโพธิ์

วิษณุกรรม เทพเจ้าเหล่านักเรียนช่างวิทยาลัยทั้งปวงโรงเรียนช่างกลลพบุรี ที่มีชื่อเสียงเป็นโรงเรียนรัฐบาลของจังหวัด ปัจจุบันได้ยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาลัยเทคนิค ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดโบราณสมัยลพบุรี ชื่อว่า วัดละโว้ อยู่ในเขตเทศบาลเมือง ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง อยู่ห่างจากศาลพระกาฬทางทิศตะวันออกประมาณ 900 เมตรเศษ

ด้านตรงกันข้ามกับหน้าโรงเรียนเป็นสนามแข่งม้า ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ศูนย์การทหารราบเดิม) แต่ก่อนมีพื้นที่วัดติดต่อกันเป็นวัดเดียว ระหว่างโรงเรียนช่างกลกับสนามม้า เมื่อมีถนนตัดผ่านก็ทำให้ดูเหมือนว่าอยู่คนละพื้นที่กัน ขณะนี้สนามม้านั้นก็ขึ้นอยู่กับศูนย์สงครามพิเศษ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ใช้เป็นที่ฝึกโดดร่มและสวนสนามของบรรดาเหล่าทหารหาญ

แต่ก่อนแต่ไรมาพื้นที่เหล่านี้เป็นป่าเป็นดง ไม่เจริญเท่าที่ควร มาระยะหลังที่ตั้งตัวจังหวัดลพบุรีแล้ว ทางราชการก็ได้มีการปรับปรุงบูรณะซ่อมแซมดัดแปลง แก้ไขขยายเส้นทางคมนาคม การประปา การไฟฟ้า การโทรคมนาคม การเกษตร และอื่นๆ เพื่อให้ชาวลพบุรีได้รับความสะดวกสบายทุกอย่าง โดยทางเทศบาลเมืองลพบุรี อันมีนายกคนขยันสมัยนั้นคือ ร้อยเอก ปราโมทย์ ณ นคร ได้ทำการพัฒนาภายในเขตเทศบาลให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับบ้านอื่นเมืองอื่นในละแวกเดียวกัน นายกเทศบาลเมืองลพบุรี ก็ได้ว่าจ้างคนงานขุดดินเพื่อก่อสร้างวางท่อประปารอบๆ บริเวณเมืองลพบุรี

คนงานหรือกรรมกรรับจ้างครั้งนั้นเป็นชาวชนบท ที่มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ มีทั้งหมดเกือบ 10 คน มีหัวหน้าคนงานชื่อว่า ?แซวโคกโพธิ์? เขามีญาติพี่น้องอยู่ที่หินสองก้อน แถวบริเวณวัดไก่ กรรมกรเหล่านั้นพักอยู่ที่นั่น พอรับงานเสร็จก็เริ่มทำงานตามกำหนดของผู้ว่าจ้าง ให้ทำการวางท่อประปาโดยวางผ่านหน้าโรงเรียนช่างกลขนานกับถนนเข้าเมืองลพบุรีชิดกับบริเวณฟุตบาท
เขาทำงานอยู่หลายวันก่อนที่จะสำเร็จ กรรมกรเหล่านั้นขุดพบพระกรุหนึ่งโดยบังเอิญ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พุทธศักราช 2515 เวลาประมาณ 12 นาฬิกา 12 นาที
พระที่ได้นี้เป็นพระร่วงและพระพิมพ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก และพระทั้งหมดนี้จะเป็นพระสนิมแดง มีบางชนิดเป็นชินเงิน

สำหรับพระร่วงมีประมาณ 100 องค์เศษ ทั้งสมบูรณ์และที่ชำรุด พระเครื่องนี้บรรจุอยู่ในไหเคลือบสีงาช้าง สูงประมาณ 1 ศอก ปากไหคอดเหมือนแจกัน และมีรอยบิ่นนิดหน่อย ความใหญ่เท่ากับไหกระเทียม แต่ผิดกันที่รูปทรงลักษณะ พระที่อยู่ในไหส่วนมากมีพระเนื้อตะกั่วแดงและเนื้อชินเป็นส่วนใหญ่ แต่มีพระร่วงมากกว่าพระอื่นๆ จนมีคนเข้าใจว่า เป็นพระฝากกรุ เช่น พระนาคปรกสนิมแดง พระสังกัจจายน์สนิมแดง พระยอดขุนพลสนิมแดง และพระพิมพ์อื่นๆ ที่คนขุดได้ไม่ยอมจำหน่าย โดยแอบซุกซ่อนไว้จำนวนหนึ่ง

ลักษณะและรูปทรงของพระกรุนี้มีความงดงามอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นศิลปะหรือกายวิภาคแสดงออกถึงสมัยเป็นอย่างดี พระกรุนี้เมื่อนำมาล้างคราบกรุ จะปรากฏมีสนิมแดงเป็นเงางามระยับหาพระกรุอื่นทัดเทียมยาก

?

ก่อนที่กรรมกรจะขุดพบพระนั้น กรรมกรคนแรกขุดไปขุดมาเกิดมือเท้าบวมเป่งปลิ้นจนไม่สามารถจะขุดต่อไปได้ จึงต้องให้กรรมกรในกลุ่มเดียวกันคนที่สองขุดต่อไปอีก คนที่สองก็เกิดเป็นไข้หนาวๆ ร้อนๆ กะทันหันขึ้นมาทันที เรียกว่าน่าอัศจรรย์ยิ่ง พอคนที่สองหยุดขุดก็เป็นหน้าที่ของคนที่สามขุดต่อ พอลงมือขุดได้ไม่นานนัก ก็พบกรุพระเข้าพอดี

คนที่พบพระกรุนี้ชื่อ ?แซว? เมื่อแกได้แล้ว แกก็เริ่มเอาออกอวดพวกข้างเคียงกันเป็นบางส่วน อีกส่วนหนึ่งแกจะเก็บซุกซ่อนไว้อย่างดี หลังจากขุดได้ไม่มากนัก บรรดาสามล้อและผู้คนที่อยู่ใกล้กับบริเวณดังกล่าว ก็กระจายข่าวพระแตกกรุอย่างรวดเร็ว? นักนิยมพระต่างก็วิ่งกันพล่านเพื่อจะหาช่องทางเช่า บางคนก็สมหวัง บางคนก็ผิดหวัง คนที่อยู่ใกล้ชิดโดยมากจะเช่าได้ถูก ต่อเมื่อพระเปลี่ยนมือไปอยู่กับนักเล่น ราคาเริ่มเปลี่ยนแปลงและราคาสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จากร้อยเป็นพัน จากพันเป็นหมื่น จากหมื่นเป็นแสน (ราคาปัจจุบันหมายถึงองค์งาม)

รูปหล่อพระนารายณ์มหาราช พระร่วงยืน เนื้อชินเงิน กรุช่างกล (ขุดค้นพบครั้งที่ 2) พระร่วงยืน เนื้อชินเงิน กรุช่างกล (ขุดค้นพบครั้งที่ 2) พระร่วงยืน องค์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

พระร่วง กรุช่างกล สนิมแดง ลพบุรี พระอู่ทอง กรุละโว้

พระช่างกลมีการแตกกรุถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกจะได้เป็นพระประเภทเนื้อชินเงิน โดยมากส่วนพระสนิมแดงก็มีเป็นบางพิมพ์ แต่การขึ้นครั้งแรกไม่ฮือฮากันมากนัก สู้การแตกกรุครั้งที่สองไม่ได้ การแตกกรุแต่ละครั้งจะมีพระบูชาในบริเวณเดียวกันเสมอ มีทั้งองค์เล็กและองค์ใหญ่ พระบูชาองค์ใหญ่นั้นเป็นพระยืนสูงถึง 16 นิ้ว พุทธลักษณะเหมือนพระร่วง (พระเครื่อง) นี่เอง คนได้คือ อาจารย์กมล ซึ่งเคยเป็นเด็กนักเรียนที่นั่น แต่ขณะนี้พระบูชาที่ว่านี้ ได้ถูกเปลี่ยนมือมาอยู่กับ ร.ท. ทหารร่มคนหนึ่ง (นอกราชการ) ในราคา 150,000 บาท

พระบูชาที่อยู่ในกรุนี้ที่เป็นองค์เล็กๆ ก็มี เช่น พระบูชาสมัยทวาราวดี สูง 3 นิ้ว 1 องค์ และพระบูชาสมัยลพบุรีอีก 5 องค์ รวมเป็น 6 องค์ ไม่ทราบว่าพระบูชาชุดเล็กๆ นี้อยู่กับใคร (หรือคงจะถูกนิมนต์ไปอยู่ต่างประเทศแล้วก็ไม่รู้) คำว่า ?พระร่วง? ในสมัยสุโขทัยนั้นหมายถึง พระมหากษัตริย์ที่ครองกรุงสุโขทัย ตามคำวิจารณ์หรือข้อสันนิษฐานของนักปราชญ์ทางประวัติศาสตร์เคยกล่าวไว้เป็นสองทาง คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า คำว่า ?ร่วง? นี้คงเป็นนามเดิมของ พระเจ้ารามคำแหงมหาราช เพราะคำนี้มีความหมายว่า ?รุ่งเรือง? หาได้แปลว่า ?หล่นร่วง? ไม่ ต่อเมื่อได้ชนช้างชนะขุนสามชนแล้ว พระราชบิดาจึงให้พระนามว่า ?รามคำแหง?

ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระร่วงเสด็จไปเมืองจีน พงศาวดารมอญกล่าวว่า พระร่วงได้ตั้งให้ มะกะโท เป็น พระเจ้าฟ้ารั่ว เจ้าเมืองมอญ เหตุการณ์ที่กล่าวนี้ตรงกับเหตุการณ์ในรัชสมัยของพระเจ้ารามคำแหงมหาราชทั้งสิ้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงทรงสันนิษฐานว่า คำว่า ?พระร่วง? เมื่อแรกคงจะหมายถึงพระเจ้าขุนรามคำแหงองค์เดียว แต่ต่อมาได้ใช้เรียกกษัตริย์องค์อื่นๆ แห่งกรุงสุโขทัยว่า ?พระร่วง? ทั้งหมด แต่ยังมีนักประวัติศาสตร์บางท่านให้ความเห็นว่า พระร่วงน่าจะหมายถึง พระเจ้าศรีอินทราทิตย์ กษัตริย์พระองค์แรกของกรุงสุโขทัย ในหน้าหนังสือเก่าๆ หลายฉบับ กล่าวความตรงกัน ทั้งยังตรงกับตำนานเรื่องส่วยน้ำเมืองละโว้ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า พระร่วงนั้นเดิมเป็นเจ้าเมืองละโว้ ต่อมาขัดขืนไม่ส่งส่วยน้ำให้ขอม เมื่อขอมยกกองทัพมาปราบปรามจึงได้หลบหนีไปอยู่ที่สุโขทัย แล้วตั้งตัวเป็นกษัตริย์ที่นั่น เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกเมื่อต้นวงศ์มีชื่อว่า พระร่วง แล้ว พระเจ้าแผ่นดินองค์ต่อๆ มา ก็ถูกประชาชนเรียกว่า พระร่วง ตามๆ กัน ดังปรากฏในหนังสือมากมายว่า ?พระร่วง? ดังนี้เป็นต้น

จะอย่างไรก็ตาม ที่ต่างก็มีเหตุและมีผลด้วยกันทั้งนั้น เราท่านทั้งหลายก็ใคร่ครวญพิจารณาดูเอาเองก็แล้วกันว่า คำวิจารณ์อันใดนำจะถูกต้องหรือใกล้เคียงกว่า ก็น่าจะเชื่ออย่างนั้น เพื่อมิให้ท่านต้องเสียเวลาก็ขอวกกลับมาพูดถึงพระร่วงในกรุ ที่มีนักนิยมพระให้คำจำกัดความและเรียกขานกันมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ว่า ?พระร่วง? โดยเอาคำกล่าวข้างต้นมาเรียกขานกัน เช่น พระร่วงกรุสุโขทัย พระร่วงกรุบ้านต้น พระร่วงกรุสุพรรณ พระร่วงกรุชลบุรี พระร่วงกรุพุพระ กาญจนบุรี พระร่วงกรุลพบุรี เป็นต้น

เราได้เรียกตามกันมาทั้งหมด เพราะมีรูปลักษณะประติมากรรมคล้ายคลึงกัน และเป็นคำเรียกขานของคนโบร่ำโบราณเรียกกันมาก่อน ชนชั้นหลังๆ จึงต้องเรียกขานตามกันต่อมา พระร่วงกรุนั้น พระร่วงกรุนี้ แล้วแต่จะเรียกกัน พระร่วงกรุช่างกลทุกชนิด ไม่ว่าจะพบครั้งแรกหรือครั้งที่สองก็ตามที ประชาชนส่วนใหญ่มีความต้องการ อยากจะได้เป็นเจ้าของ เพื่อจะได้สักการบูชา โดยเชื่อว่ามีพุทธคุณดีเด่นในทุกๆ ด้าน นักนิยมสะสมโดยทั่วไปแสวงหากันมากยิ่งกว่าพระชนิดอื่นๆ ประกอบกับเป็นพระที่มีราคาแพงมาก อยู่ในอันดับหนึ่ง ไม่มีสอง และยิ่งเป็นพระที่พบจากกรุลพบุรีด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นที่ใฝ่หาของบุคคลทั่วไป

พระร่วงหรือพระในกรุทุกองค์มีแต่ให้คุณ ไม่เคยมีการให้โทษแต่อย่างไรทั้งสิ้น ยิ่งเป็นพระกรุลพบุรีทุกๆ กรุด้วยแล้ว ยิ่งมีคุณและมีค่าเท่าเทียมกันหมด และผมก็เชื่อเหลือเกินว่าไม่เฉพาะแต่กรุที่พบในจังหวัดลพบุรีเท่านั้น ย่อมจะมีคุณค่าเท่าเทียมกัน (ในแต่ละส่วนตัว) เพราะสมัยโบราณนั้นผู้สร้างโดยมากจะมีเจตนาแน่วแน่อยู่ในแนวเดียวกัน วิธีการสร้าง วิธีการบรรจุกรุ หรือวิธีการพุทธาภิเษก (ปลุกเสก) จะกระทำตามแนวทางของพระพุทธศาสนาเป็นหลัก แนวความคิดที่สืบทอดกันมาตามบรรพบุรุษ เป็นแนวความคิดที่สืบเนื่องและปฏิบัติกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน โดยใช้หลักศาสนาเป็นประการสำคัญ เพราะคนไทยเรานั้นนับถือศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติมาโดยตลอด จะมีพวกที่นับถือภูตผีปีศาจบ้างก็เป็นส่วนน้อย คนส่วนมากเชื่อว่า พระร่วงคือ พระผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์เดช มีอภินิหาร และมีความอัศจรรย์

ลักษณะพิมพ์ทรงและศิลปะของ พระร่วงกรุช่างกล มีพิมพ์ทรงและศิลปะคล้ายคลึงกับพระร่วงกรุอื่นๆ ทั่วไป ซึ่งเป็นสมัยเดียวกันแทบทั้งสิ้น (หมายถึงสมัยลพบุรี) มีทั้งนั่ง-ยืน
พระร่วงยืนกรุช่างกล เป็นพระที่มีศิลปะสมัยลพบุรีบริสุทธิ์ มีทรวดทรงและลักษณะปางประทานพร คือ ยกพระหัตถ์ (มือ) ขวาไปข้างหน้า (สำหรับภาพนูนต่ำ ช่างจำเป็นต้องแกะแม่พิมพ์ให้เกิดสุนทรีย์ดูคล้ายกับว่ามือบังหน้าอก) แต่ที่จริงแล้วพระพิมพ์นี้ยื่นมือออกมาตรงๆ ธรรมดาๆ พระหัตถ์ซ้ายทิ้งดิ่ง มีซุ้มกนกอยู่ด้านบนพระเกศมาลา บนพระเกศเหมือนดอกบัวตูม มีกระจังหน้า (จีโบ) เป็นเส้นผมตั้งขึ้น มีไรพระศกสองชั้น มีกรองศอ มีรัตนประคดและชายจีวรขยักเป็นชั้นๆ ห่มคลุม มีขนาดความหนาบางไม่แน่นอนเสมอไป มีส่วนสูงประมาณ 7 ซม. กว้างประมาณ 2.3 ซม. ด้านหลังโดยมากจะใช้กดด้วยผ้า หรือไม้แผ่นกระดาน ย่อมแล้วแต่ช่างหรือความถนัด เท่าที่พบพระร่วงกรุช่างกลและบริเวณใกล้เคียงกันจะกดด้วยผ้าและไม้
สนิมของพระร่วงกรุช่างกล เป็นสนิมแดงที่มีความงดงามมาก คือ แดงจากเนื้อในขององค์พระออกมา เมื่อนำมาล้างคราบธรรมชาติออก จะเกิดความมันเป็นเงางามระยับ ยากจะหาพระกรุอื่นเทียบเทียมได้ บางองค์เนื้อตะกั่วมีรอยระเบิดตามธรรมชาติ บางองค์อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

พระร่วงกรุช่างกล มีลักษณะและส่วนที่คล้ายคลึงกับพระร่วงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี พระร่วงสุโขทัย พระร่วงศรีโสฬส พระร่วงกรุถ้ำพุพระ (กาญจนบุรี) พระร่วงกรุวัดหัวเมือง พระร่วงกรุชัยนาท (บางกรุ) พระร่วงกรุสุพรรณบุรี (บางกรุ) ฯลฯ

เรื่องพุทธคุณนั้นประชาชนทุกคนเชื่อมั่นกันว่า พระร่วงมีฤทธิ์เดช มีอภินิหาร มีอานุภาพ มีพุทธคุณที่อัศจรรย์ สามารถคุ้มครองป้องกันภัยได้ และขจัดภยันตรายดังปาฏิหาริย์ ผู้มีไว้ในครอบครอง จะนึกคิดอะไรโดยมากจะได้ดังใจคิด เหมือนแก้วสารพัดนึกในนิยายปรัมปรา ใครมีไว้บูชาจะเกิดลาภผลเป็นที่ยิ่ง เรื่องพุทธคุณจึงเป็นเรื่องที่มีความจริง มีความแน่นอน

พระร่วงโดยมากจะอยู่กับผู้มีบุญวาสนาบารมีสูง และคนที่ร่ำรวยเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี มักจะมีพระประเภทนี้เป็นส่วนใหญ่ ใครที่คิดอยากจะร่ำรวย ก็รีบหาเอาเองนะครับ ท่านอาจจะโชคดีก็ได้

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 996? เดือนเมษายน 2551 :? พระร่วง กรุช่างกล ลพบุรี? ภาพและเรื่องโดย...จ.ส.อ.เอนก เจกะโพธิ์ )

ลิขสิทธิ์ ? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010.? Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2010 เวลา 10:02 น. )