ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Saturday
May 30th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระกรุ

พระกรุ

พระสุพรรณหลังผาล

โดย มนัส โอภากุล

พระสุพรรณหลังผาล หลังยันต์ พิมพ์เล็ก พระสุพรรณหลังผาล หลังยันต์ พิมพ์เล็ก

?พระสุพรรณหลังผาล? คู่กันมากับพระมเหศวร กรอบพิมพ์สามเหลี่ยมทรงสูง ปลายยอดแหลม ด้านหลังมีองค์พระเล็กอยู่องค์หนึ่ง กรอบพิมพ์สามเหลี่ยมเช่นกัน ใต้องค์พระมีเดือย นักนิยมพระรุ่นปู่ทวดนิยมเป็นผาลไถนา จึงตั้งชื่อว่า ?พระสุพรรณหลังผาล? เป็นการเรียกเปรียบเทียบของผู้ใหญ่เมื่อเกือบร้อยปีมาแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้มีบางคนเรียกว่า ?พระสุพรรณหลังพระ? ก็ถูกเช่นกัน ในส่วนตัวของผู้เขียนขอเรียกตามที่คนรุ่นปู่ทวด เรียกกันมานาน 80-90 ปีแล้ว ส่วนจะเรียกอย่างใดก็สุดแต่จะเห็นชอบ


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2010 เวลา 10:01 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระเมตตา เนื้อดิน กรุวัดดงตาล อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี

ภาพและเรื่องโดย..จ.ส.อ.เอนก เจกะโพธิ์

พระเมตตา เนื้อดิน กรุวัดดงตาล อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรีก. รูปลักษณะของพระเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื้อดินเผา บรรจุผงเหมือนหลวงพ่อปาน ไม่ตัดมุม
ข. มีประภามณฑลคล้ายกับหลวงพ่อมะขามเฒ่า
ค. ประทับนั่งปางสมาธิ มีซุ้มประภามณฑลและรองมีฐาน 2 ชั้น ยื่นมาข้างหน้า ใต้ฐานจะมีสัตว์ประเภทสิงห์กับเสือ
ง. เสือก็ดี สิงห์ก็ดี มีคุณค่าเท่ากันทั้งสองชนิด ไม่ว่าจะเป็นประทับนั่งบนหลังสิงห์หรือหลังเสือก็ตาม มีความหมายและมีคุณค่าเท่ากัน เป็นพระแรงด้วยความเมตตามหานิยมสูง จึงมีคนเรียกชื่อพระชนิดนี้ว่า ?พระเมตตา เนื้อดิน กรุวัดดงตาล?

วัดดงตาล ตั้งอยู่ในเขตอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ.2460 ครั้งแรกเลยนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์อยู่ มีกุฏิอยู่เพียง 1 หลัง เท่านั้น มีพระเจดีย์เก่าแก่อยู่ 3 องค์ ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นพระเจดีย์สมัยใด วัดดงตาลแห่งนี้เพิ่งมาเปลี่ยนชื่อวัดใหม่เมื่อไม่นานมานี้ เรียกชื่อว่า ?วัดสามัคคีธรรม? แต่คนทั่วไปก็ยังเรียกวัดดงตาลอย่างนั้นแหละ เรียกจนติดปากตั้งแต่อยู่ในกลางหมู่บ้านสำโรง หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2010 เวลา 09:41 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระยอดขุนพล พิมพ์คาบศร ลพบุรี

ภาพและเรื่องโดย..จ.ส.อ.เอนก เจกะโพธิ์

พระยอดขุนพล พิมพ์คาบศร ลพบุรีพระที่ท่านเห็นในรูปนี้ เป็นพระเนื้อชินเงิน มีขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือเท่านั้น มีความสวยงามยิ่งกว่าองค์อื่นๆ เรียกนามของท่านว่า ยอดขุนพล พิมพ์คาบศร คือระหว่างปากของท่าน จะแลดูคล้ายมีรอยแตกในแม่พิมพ์เป็นร่องยาวระหว่างตาและจมูกจะโปนปลิ้นกลมใหญ่ ตรงชฎาครอบจะมองเห็นเป็นรูปขยัก 2 ชั้น แบบขนนก มีลวดลายสวยงามลักษณะแบบลพบุรีตอนปลาย ขุดค้นพบข้างวิหารเก้าห้องทางทิศเหนือได้เป็นจำนวนน้อยองค์อยู่ในโถเล็กๆ ผู้ได้และผู้พบเห็นบอกว่า องค์นี้สวยที่สุดในกรุ เพราะความงาม คราบผิวคล้ายฉลามร้ายในมหาสมุทร เรียกว่า สวยสุดยอด ผิวนวลผ่องยองใย ใครเห็นก็อยากได้ ในจำนวนที่ขุดค้นพบนี้ มีพบกำแพงคืบหรืออู่ทองยืน ทั้งเนื้อดิน เนื้อชิน และเนื้อตะกั่วแดง มีพบพระบูชาจำนวนหนึ่ง เมื่อได้แล้วได้นำเรือล่องไปไว้ที่แห่งหนึ่ง (หนีเจ้าหน้าที่) และกลับไปแบ่งสันปันส่วนกันภายหลัง ก่อนปี 2508 หรือหลายครั้งได้ขุดเรื่อยมา จนกระทั่งเลิกขุดเมื่อปี 2508 เป็นปีสุดท้าย ทั้งเจดีย์รายและวิหารทุกแห่งทั้งชั้นนอกชั้นในได้ยุติเมื่อ?หมดที่ขุดแล้ว?พระสยามเทวาธิราชคงจะไม่สั่นสะเทือน เหมือนเมื่อตอนลงมือขุด...


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2010 เวลา 10:01 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระกำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กรุวัดพิกุล กำแพงเพชร

ภาพและเรื่องโดย พิรอด วัชระมนตร์

วัดหนองพิกุล หรือที่เรียกว่า กรุวัดพิกุล ฝั่งนครชุม ทุ่งเศรษฐีศิลปะทางด้านพุทธศาสนาที่ จังหวัด กำแพงเพชร ได้ปรากฏพบหลายยุคหลายสมัย ที่ปรากฏพบมากที่สุด เป็นศิลปะ สุโขทัย อู่ทอง และ อยุธยาต้น สถานที่พบพระพุทธรูปบูชาและพระพิมพ์ (กรุพระ) ก็มีมากมายนับเป็นร้อยเป็นพันแห่ง แต่ละแห่งมีทั้งศิลปะที่แตกต่างกันไปตามยุคตามสมัย แต่ก็มีบางพิมพ์เลียนแบบศิลปะยุคก่อนเอาไว้ ถ้ามิได้ศึกษาอย่างถ่องแท้แล้วยากจะแยกยุคสมัยได้ออก ถ้าได้ศึกษาแล้วจะทราบว่าในแต่ละพื้นที่ได้มีการสร้างต่างยุคต่างสมัยกัน แต่ก็ยังอาศัยศิลปะเดิมจึงทำให้เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญ บ่งบอกว่าเป็น พระพุทธรูปบูชา และพระพิมพ์ ของจังหวัด กำแพงเพชร และสิ่งที่สำคัญที่สุดของจังหวัด กำแพงเพชร ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ซึ่งไม่มี ที่ใดในโลกเสมอเหมือนก็คือ ดิน ที่นำมาสร้างพระ เมื่อสร้างไว้ระยะเวลาหนึ่งจะเห็นความแตกต่างกับดินของจังหวัดอื่นโดยสิ้นเชิง ของจังหวัดอื่นนั้นถ้าสร้างคนละครั้งแล้วเนื้อของดินจะแตกต่างกันจนแทบไม่ ทราบว่าเป็นพระของจังหวัดใด แต่ของจังหวัด กำแพงเพชร นี้แม้ว่าจะสร้างคนละครั้ง คนละยุค คนละสมัย แต่เมื่อบรรจุกรุไว้ระยะหนึ่ง จะเห็นได้ว่าเป็น ดินของ กำแพงเพชร เหมือนกัน แตกต่างกันที่ความแห้งและความสดในกรณีที่อายุแตกต่างกัน แต่ถ้าบรรจุไว้เกิน 100 ปีแล้ว แทบจะดูไม่ออกเลยทีเดียว


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 01 มกราคม 2013 เวลา 10:56 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระกรุ วัดเขาศรีวิชัย อำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี

ภาพและเรื่องโดย เขาเมือง

พระกรุ วัดเขาศรีวิชัย พิมพ์เสด็จลงจากดาวดึงส์สุราษฎร์ธานี เป็นเมืองเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์เมืองหนึ่งของภาคใต้ ในพุทธศตวรรษที่ 13 สุราษฎร์ธานี รวมอยู่ใน อาณาจักร ศรีวิชัย เมื่อ อาณาจักร ศรีวิชัย เสื่อมอำนาจลง ดินแดนของเมือง สุราษฎร์ธานี จึงได้แบ่งออกเป็น 3 เมือง คือ เมืองไชยา เมืองท่าทอง และ เมืองคีรีรัฐนิคม เมืองไชยา ขึ้นตรงต่อ กรุงศรีอยุธยา ส่วนเมืองท่าทอง และ เมืองคีรีรัฐนิยมขึ้นต่อ เมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาบริเวณที่ตั้งตัวจังหวัดปัจจุบัน (บ้านดอน) มีผู้คนเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่หนาแน่น ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงโปรดเกล้าฯให้ย้าย เมืองท่าทอง มาตั้งที่ เมืองบ้านดอน แล้วยกฐานะขึ้นเป็น เมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อ กรุงเทพฯ และพระราชทานนามว่า เมืองกาญจนดิษฐ์


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2012 เวลา 23:10 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระกรุ บ้านตาก ตำบลเกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

ภาพและเรื่องโดย จ.ส.อ.เอนก เจกะโพธิ์

พระเชตุพน บัวคว่ำ บัวหงาย กรุบ้านตาก เนื้อชินเงินพระเครื่อง ที่ท่านเห็นในภาพนี้ ยังมีน้อยคนที่ยังไม่ค่อยจะรู้จักกันอย่างกว้างขวางนัก นอกเสียจากว่าเป็นคนรู้ที่มาจึงจะเข้าใจดี ดูพระเป็น เล่นพระมาจนเกิดความชำนาญ อ่านภาพ และศิลปะอิทธิพลสมัยของพระได้ถูกต้อง และพระดังกล่าวก็เคยถูกบรรดาผู้รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง งูงูปลาปลา อ่าน ก.ไก่ ยังไม่จบ หาวัดส่งเดชไปเสียก็มี


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2013 เวลา 18:33 น. )

อ่านเพิ่มเติม...
หน้า 4 จาก 5